slothis · ไทย

รีวิว Fripcamp โคเวิร์กกิ้งสเปซวิวสวยในซอกวีโพ

2021-11-16 · อัปเดต: 2026-08-11 · ต้นฉบับ (ภาษาเกาหลี)

บทความนี้แปลจากต้นฉบับภาษาเกาหลีโดยใช้ AI ช่วย อ่านต้นฉบับภาษาเกาหลี →

ตอนที่ตัดสินใจจะมาอยู่ที่ซอกวีโพ (เมืองทางใต้ของเกาะเชจู) และกำลังหาบ้านอยู่ ก็ไปสะดุดตากับโฆษณาหนึ่งในเฟซบุ๊ก โฆษณาที่จั่วหัวว่า "ทำงานไปเที่ยวไป!" เป็นแคมเปญชวนให้มาลองทำงานพร้อมกับเที่ยวที่เชจู โดยมีข้อเสนอ "ช่วยจ่ายค่าโรงแรม 30,000 KRW และให้ใช้โคเวิร์กกิ้งสเปซฟรี" เงื่อนไขดีมากครับ ปัญหาใหญ่สุดตอนมาถึงซอกวีโพคือเรื่องเฟอร์นิเจอร์อย่างโต๊ะกับเก้าอี้ พอเห็นว่ามีให้ยืมใช้โคเวิร์กกิ้งสเปซ ก็เลยสมัครทันที น่าเสียดายที่การเช่าบ้านแบบรายปีไม่เข้าข่ายได้รับเงินสนับสนุน 30,000 KRW แต่แค่ได้ใช้โคเวิร์กกิ้งสเปซก็คุ้มค่ามากพอแล้วครับ

ภายนอกอาคารสีขาวที่มีป้ายชื่อ Hey Seogwipo และทางเข้าที่เป็นกระจก
ผนังสีดำที่มีข้อความ Let's Experience Seogwipo และทางเข้า Frip Camp

หลังจากสมัครและเวลาผ่านไป พอจัดของเข้าที่พักในซอกวีโพเสร็จ ก็ลองไปที่นั่นเป็นครั้งแรก จากบ้านต้องขับรถไปประมาณ 15 นาที แถวซอกวีโพรถไม่ติดแถมไม่มีคนขับรถน่ากลัวๆ เลยขับง่ายมากครับ ทำให้รู้สึกเหมือนได้ขับรถไปทำงานแบบไร้ความเครียด พื้นที่ตรงนี้เป็นการเช่าพื้นที่ร้านกาแฟชั้น 2 ของโรงแรม 'Hey Seogwipo' ชั่วคราว แต่วิวสวยมากจริงๆ ยังไม่ทันได้วางของก็เผลอมองออกไปชมวิวหน้าต่างซะแล้ว ตอนที่กำลังทึ่งกับวิว ผู้จัดการก็เข้ามาอธิบายเรื่องการวัดอุณหภูมิและวิธีใช้สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ดูออกเลยว่าเขาพยายามจัดคาเฟ่ให้ดูเหมือนโคเวิร์กกิ้งสเปซจริงๆ ทั้งเอาหน้าจอมาตั้งและเตรียมขนมไว้ให้ แต่เพราะวิวกับโต๊ะมันดีมาก ความพยายามเหล่านั้นเลยโดนกลบไปหมดเลยครับ

โต๊ะประชาสัมพันธ์ที่มีป้ายไฟนีออนคำว่า Begin Jeju with Frip และภายในพื้นที่โคเวิร์กกิ้งสเปซที่กว้างขวาง
บีนแบ็กที่วางอยู่หน้าหน้าต่างบานใหญ่ที่มองเห็นวิวทะเล และโต๊ะไม้ตัวยาวที่มีการติดตั้งโคมไฟ

สมัยก่อนตอนที่บริษัท Daum กับ Nexon ย้ายมาที่เชจู ถ้าตอนนั้นมีการสร้างโครงสร้างพื้นฐานอย่างโรงพยาบาลและมหาวิทยาลัยให้เป็นเหมือนซิลิคอนแวลลีย์ไปเลยก็คงจะดี แต่อดีตก็คืออดีตครับ สำหรับตอนนี้ ผมคิดว่าการสร้างพื้นที่สำหรับคนทำงานที่บ้านแบบโปรแกรมนี้ ถือเป็นความพยายามที่ดีของหน่วยงานท้องถิ่นเลย อาจจะเพราะยังเป็นช่วงแรกๆ คนเลยยังมาน้อย แต่โปรแกรมมันดีมาก ผมว่าต่อไปคนน่าจะเยอะขึ้นแน่ๆ (โอ๊ะ... เอาเข้าจริงคนเริ่มเยอะจนที่นั่งแคบไปเลยครับ)

โต๊ะกลมและเก้าอี้ที่วางอยู่หน้าผนังซึ่งมีป้ายแบนเนอร์โครงการ Jeju Workation แขวนอยู่
พื้นที่พักผ่อนที่มีผนังอิฐสีแดง โต๊ะบิลเลียด และโซฟาหนัง
แล็ปท็อปและกระเป๋าที่วางอยู่บนโต๊ะไม้ริมหน้าต่างที่มองเห็นวิวทะเลและเกาะ
ทิวทัศน์ของท้องฟ้าที่มีเมฆ ทะเลสีคราม และเกาะเล็กๆ ที่มองเห็นผ่านหน้าต่างกระจก
ตะกร้าที่เต็มไปด้วยส้มและขนมที่ห่อแยกชิ้นวางอยู่บนโต๊ะไม้

ข้อเสียของการเช่าคาเฟ่ในโรงแรมคือไม่มีห้องประชุมครับ แต่เขาก็แก้ปัญหาด้วยการเช่าห้องพักห้องนึงมาทำแทน พอมีแค่ห้องเดียว เวลาคนเยอะเลยแอบลำบาก แทบจะจองไม่ได้เลย แต่ก็ไม่มีทางเลือกอื่นครับ เพราะชั้น 1 ของโรงแรมก็เสียงดัง ส่วนที่อื่นก็คุยได้ไม่ค่อยสะดวก สำหรับห้องที่ทำขึ้นมาใช้ชั่วคราวแบบเร่งด่วน ถือว่าเป็นห้องประชุมที่ดีมากเลยล่ะ ในห้องประชุมมีเตียงด้วย ทำเอาแอบคิดเลยว่า 'แอบงีบสักแป๊บได้ไหมนะ?'

ประตูไม้ที่มีป้ายสีฟ้าเขียนว่าห้องประชุมทางวิดีโอ Island Work Labs
พื้นที่ห้องประชุมที่มีหน้าจอขนาดใหญ่ โต๊ะประชุม และโซฟาสีเทายาวตามแนวผนัง
ภายในห้องพักแบบสตูดิโอที่มีการแบ่งพื้นที่ห้องนอนด้วยม่านเส้นด้าย

อาจจะเพราะเป็นโปรแกรมชั่วคราว เลยไม่มีกิจกรรมที่ช่วยสร้างคอมมูนิตี้เท่าไหร่ ถึงพวก Fast Five หรือ WeWork จะไม่ได้มีกิจกรรมอะไรแบบนี้เป็นชิ้นเป็นอันเหมือนกัน แต่ไหนๆ คำโฆษณาก็บอกว่ามีโยคะหรือเดินเล่นแล้ว ถ้ามีกิจกรรมพวกนี้จริงๆ ก็คงจะดีครับ เพราะเป้าหมายคือการทำงานควบคู่ไปกับการพักผ่อนนี่นา
สิ่งที่น่าเสียดายมากๆ คือโปรแกรมดีๆ แบบนี้จะจบลงในเดือนพฤศจิกายนครับ ถ้าคุณภาพระดับนี้แล้วราคาพอๆ กับ Fast Five ผมคงคิดหนักเลยว่าจะยอมจ่ายเงินใช้บริการเองดีไหม ถ้าโปรแกรมนี้จบลงก็คงต้องไปนั่งทำงานตามคาเฟ่แถวๆ นี้หรือไม่ก็ที่บ้าน อุตส่าห์ได้เริ่มทำงานทางไกลในซอกวีโพในที่ที่มั่นคงและวิวสวยสุดๆ พอคิดว่าจะต้องย้ายไปที่ที่แย่กว่าเดิมก็เริ่มรู้สึกมืดแปดด้านแล้วครับ
ถ้าครั้งนี้ได้รับประเมินผลตอบรับดี จนได้เงินทุนและคนสนับสนุนจากทางเมือง รวมถึงตั้งราคาอย่างสมเหตุสมผล ผมก็อยากจะมาใช้บริการตลอดทั้งปีที่เช่าบ้านอยู่ที่นี่เลยครับ


#ดิจิทัลโนแมด #เช่าบ้านรายปีเชจู #ทำงานที่บ้านซอกวีโพ #ทำงานทางไกลซอกวีโพ #เชจูวันนี้ #อยู่เชจูหนึ่งปี