เดินเส้นทางเชจูโอลเลที่ 5: ทางเดินสบายเลียบทะเล
ช่วงสุดสัปดาห์ฉันมักจะเอาแต่จัดบ้านหรือไปแค่แถวๆ บ้าน เลยตัดสินใจซื้อพาสปอร์ตโอลเล (Olle Passport) เพื่อบังคับตัวเองให้ออกไปข้างนอกบ้าง วันนี้เป็นวันแรก ฉันเลยเลือกเดินเส้นทางโอลเลที่ 5 (Olle Trail Route 5) ซึ่งผ่านหน้าบ้านพอดี แต่พลาดตรงที่มัวแต่อืดอาดตอนเช้า เลยได้เริ่มออกเดินทางตอนบ่าย





หลังจากเดินวอร์มอัพไปตามทางที่มีการตากปลาหมึกและมีทะเลเคียงข้างไปตลอดทาง ก็จะเริ่มเข้าสู่ช่วงคึนออง (Keuneong - หน้าผาริมทะเล) พอเดินไปตามทางคึนออง ช่วงแรกจะเป็นทางที่ปูพื้นและทำบันไดไว้อย่างดี เดินไปสักพักจะรู้สึกเหมือนอยู่ในป่า แล้วจู่ๆ ก็เห็นทะเลสลับกับทางเดินในป่าไปเรื่อยๆ ระหว่างทางจะมีจุดให้แวะพักชมวิวอย่างหินโฮดูอัม (Hoduam) หรือหินยงดูอัม (Yongduam)
จุดที่มีคนเยอะที่สุดและต้องต่อคิวถ่ายรูปเลยก็คือ 'คาบสมุทรเกาหลี' (Hanbando) มุมนี้เวลาถ่ายรูปผ่านแนวต้นไม้ในป่าจะออกมาดูเหมือนรูปทรงของคาบสมุทรเกาหลีพอดี คนเลยชอบมาโพสท่าถ่ายรูปกันตรงนี้ แต่ถ้าให้รอคงเสียเวลาแย่ ฉันเลยถอดใจไม่ถ่ายรูปมา ซึ่งก็แอบเสียดายนิดหน่อย




พอสุดทางคึนอองก็จะเป็นการเดินเลียบทะเล มีเจดีย์หินเรียงรายสวยงามตลอดทาง เวลาเดินคนเดียวจะให้ความรู้สึกแปลกๆ เหมือนได้สัมผัสทั้งศาสนาและธรรมชาติไปพร้อมๆ กัน แต่ตั้งแต่ช่วงนี้ไปจะเริ่มดูไม่ออกแล้วว่าตรงไหนคือทางเดิน เพราะทางค่อนข้างวิบากเลยทีเดียว
"คนทำทางนี้ควรไปตรวจสุขภาพจิตหน่อยไหมเนี่ย!"
พอเห็นคนที่เดินผ่านไปมาบ่นประโยคนี้กันทุกคน ฉันก็อดขำไม่ได้ สนุกดีเหมือนกัน





เดินไปเรื่อยๆ ก็แวะดื่มกาแฟอร่อยๆ ที่ร้านวารังวารัง (Warang Warang) แล้วก็มาถึงไฮไลท์ของเส้นทางโอลเลที่ 5 นั่นคือทุ่งต้นทงแบก (ดอกคามิเลีย) แต่น่าเสียดายที่ตอนนี้เขากำลังไถพรวนดินอยู่เลยเข้าไปไม่ได้ ช่วยไม่ได้จริงๆ เลยได้แต่มองดอกทงแบกที่อยู่แถวๆ นั้นจากที่ไกลๆ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังสวยอยู่ดี
ฉันสงสัยจังว่าคุณยายที่ทำให้คนนึกถึงดอกทงแบกเวลาพูดถึงเชจู โดยเฉพาะที่ซอกวีโพ (Seogwipo) ท่านจะรู้ไหมนะว่าคนจะชอบกันมากขนาดนี้ตอนที่ปลูก ไม่ว่าเหตุผลจะเป็นอะไร การได้เห็นว่าพลังของคนๆ เดียวสามารถสร้างผลกระทบที่ยิ่งใหญ่ได้ขนาดนี้ ทำให้ฉันรู้สึกดีตลอดเวลาที่ยืนมองดอกไม้เลย









เพราะเริ่มออกเดินทางช้าก็เลยเดินไม่จบในวันเดียว ฉันเลยกลับบ้านแล้วค่อยมาเดินส่วนที่เหลือต่อในวันรุ่งขึ้น การที่ไม่จำเป็นต้องเดินให้จบในรวดเดียวก็ถือเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของเส้นทางโอลเลเหมือนกัน




