รีวิว Welcome Seafood โคตาคินาบาลู อร่อยกว่าที่คิด
ฝนตกหนักอย่างไม่คาดคิด ทำให้ผมต้องอยู่แต่ในที่พักจนถึงเย็น ทั้งที่ฝนตกหนักขนาดนี้แต่คนอื่นๆ ก็ยังออกไปข้างนอกกันหมด ในเกสต์เฮาส์ที่เงียบสงบซึ่งมีแค่ซาร่าเจ้าของที่พักอยู่ ผมเลยได้นั่งเหม่อมองวิวฝนตกที่ไม่ได้เห็นมานาน แน่นอนว่าถ้าไม่นับเรื่องที่มันเป็นพายุฝนฟ้าคะนองพร้อมลมกระโชกแรง นี่ก็คือเวลาพักผ่อนที่ผมใฝ่ฝันมาตลอดเลยล่ะ
ระหว่างที่กำลังนั่งเหม่อมองออกไปข้างนอก พวกเพื่อนชาวฟิลิปปินส์ก็กลับมา ดูเหมือนพวกเขาจะมาเที่ยวกันเป็นกลุ่ม ผู้ชายสอง ผู้หญิงหนึ่ง วันนี้ฝนตกหนักก็เลยน่าจะรีบกลับกันมา พอถึงเกสต์เฮาส์อาบน้ำเสร็จ แต่ละคนก็ไม่มีอะไรทำเป็นพิเศษ ได้แต่ออกมาสูบบุหรี่หรือนั่งเหม่อ บรรยากาศเป็นใจให้เข้าไปทักทาย ผมเลยได้คุยสัพเพเหระกับเพื่อนกลุ่มนี้ คุยกันตั้งแต่เรื่องที่อยู่ไปจนถึงเรื่องต่างๆ จนมาถึงเรื่องแพลนของวันพรุ่งนี้ พวกเขาบอกว่าพรุ่งนี้จองทัวร์นั่งรถไปดูภูเขาแถวๆ ภูเขาคินาบาลู (Mount Kinabalu) เอาไว้ แล้วที่นั่งยังว่างอยู่หนึ่งที่ เลยชวนผมไปจอยด้วย โอ้โห! ขอบคุณสวรรค์ แบบนี้ก็วิน-วินกันทั้งคู่เพราะได้แชร์ค่าใช้จ่ายกันไปเที่ยว กำลังคิดอยู่พอดีว่าพรุ่งนี้จะทำอะไรดี โชคดีจริงๆ
หลังจากนั่งคุยเรื่องมีสาระกันอยู่นานสองนาน ผมก็เดินเตาะแตะออกไปทำภารกิจไฮไลต์ของวันนี้ นั่นก็คือ "การไปกินมื้อเย็นที่ร้าน Welcome Seafood กับผู้หญิงสองคนที่เจอที่เกาะซาปิ (Sapi Island) คราวที่แล้ว"
ถ้าจะให้เล่าถึงภารกิจไฮไลต์ของวันนี้ล่ะก็ ตอนที่ผมอยู่บนเกาะซาปิคนเดียวแล้วกำลังคิดว่า 'ฉันมาทำอะไรที่นี่เนี่ย' ก็มีคนกลุ่มหนึ่งกำลังพูดภาษาเกาหลีและตั้งใจถ่ายเซลฟี่กันอยู่ ผมเลยอาสาถ่ายรูปให้แบบทุ่มเทสุดๆ พยายามถ่ายให้ขาดูยาวขึ้นอีกนิดถึงขั้นแทบจะลงไปนอนกองกับพื้นเพื่อถ่ายให้พวกเธอสองสามรูป หลังจากนั้นผมก็เลยลองถามดูว่า ถ้าไม่รังเกียจ มื้อเย็นนี้ผมขอไปร่วมโต๊ะด้วยคนได้ไหม ไม่รู้ว่าพวกเธอซาบซึ้งในความพยายามของผมหรือเปล่า แต่พวกเธอก็เซย์เยสตอบตกลง! ในที่สุดก็จะได้กินมื้อเย็นแบบจัดเต็มสักที!! ดีใจได้แป๊บเดียว พวกเธอก็บอกว่ามาเที่ยวแบบแพ็กเกจทัวร์ เลยว่างแค่ช่วงเย็นของวันที่ 29 เท่านั้น แค่นั้นผมก็ซาบซึ้งจนแทบจะตะโกนในใจว่า "เป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้พ่ะย่ะค่ะ" แล้ว
และวันดีเดย์ของเรื่องราวอันยิ่งใหญ่นั้นก็คือวันนี้นี่เอง

พอไปถึงตามเวลานัด พวกเธอก็มารอต่อคิวกันอยู่ก่อนแล้ว ผมมาตรงเวลาเป๊ะนะ แต่พอเห็นพวกเธอมาก่อนและยืนรอคิวอยู่ก็รู้สึกเกรงใจมาก แทนที่จะได้ทำความรู้จักกัน เรากลับถกเถียงกันอย่างจริงจังว่ามื้อนี้จะกินอะไรดี ผมเอาแต่พูดซ้ำๆ เป็นนกแก้วนกขุนทองว่า "ผมกินอะไรก็ได้ครับ ขอแค่สั่งจานเล็กๆ มาหลายๆ อย่างก็พอ" หญิงสาวที่สวยที่สุดในโคตาคินาบาลูทั้งสองคนนี้สั่งแต่กุ้งแบบดุดันมาก นิสัยก็ตรงไปตรงมา แถมยังเน้นเมนูหลักไปที่วัตถุดิบชนิดเดียวแบบนี้ ดูท่าทางมื้อนี้จะต้องเป็นมื้อที่แฮปปี้สุดๆ แน่เลย





ต้องขอบคุณผู้หญิงอารมณ์ดีสองคนนี้ที่ทำงานในวงการเวดดิ้งที่โซล ทำให้ผมได้กินอาหารที่อยากกินในโคตาคินาบาลูจริงๆ ตามแพลนเดิมแล้ว อาหารมื้อแรกที่ผมตั้งใจจะกินทันทีที่มาถึงก็คือร้าน Welcome Seafood นี่แหละ แต่กว่าจะได้กินก็ปาเข้าไปป่านนี้ ถ้าไอ้พวกเพื่อนที่ตกลงจะมาด้วยกันมันมาสักคนนึง ผมคงไม่ต้องมาลำบากแบบนี้และคงได้มากินข้าวที่ Welcome Seafood ทุกวันไปแล้ว โห... จู่ๆ ความโกรธก็พุ่งปรี๊ดขึ้นมาเลยครับ ทุกคนครับ สิ่งที่สำคัญที่สุดในการวางแผนเที่ยวก็คือ การเช็กให้ชัวร์ว่าคนที่บอกจะไปด้วยน่ะ เขาจะไปกับเราจริงๆ หรือเปล่า
ร้าน Welcome Seafood ดังมากอยู่แล้ว หลายคนเลยเชื่อใจและมาลองกินทั้งๆ ที่เพิ่งเคยมาครั้งแรก ด้วยความที่คาดหวังไว้สูง บางคนก็เลยอาจจะบอกว่างั้นๆ แต่สำหรับผมที่นี่เหมือนเป็นร้านในฝัน ก็เลยรู้สึกว่ามันดีมากๆ โดยเฉพาะกุ้งผัดซอสพริกนี่สมควรได้รับคำชมจริงๆ ในทางกลับกัน ข้าวกับเส้นกลับไม่ค่อยอร่อยเท่าไหร่ พวกเราตั้งใจไม่สั่งปู เพราะเคยได้ยินคนที่มากินก่อนหน้านี้บ่นว่า ปูเนี่ยเห็นแล้วน้ำลายสอ แต่พอหยิบขึ้นมาจริงๆ กลับไม่มีเนื้อให้กินเลย สรุปก็คือ ไม่ต้องสั่งปูหรอก แค่มองโต๊ะข้างๆ กินอย่างเอร็ดอร่อยก็พอ ส่วนข้าวกับเส้น ถ้าหิวจริงๆ ค่อยสั่ง พยายามเน้นสั่งกุ้งเป็นหลัก โดยเฉพาะกุ้งผัดซอสพริก การเอาข้าวไปคลุกกับซอสพริกก็เป็นวิธีที่เด็ดใช้ได้เลย และเนื่องจากอาหารที่นี่กลิ่นและรสชาติค่อนข้างจัดจ้าน เบียร์จึงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ สายดื่มทั้งหลายจงสรรเสริญ
เพราะรู้สึกขอบคุณมากๆ ที่ทำให้ผมได้กินข้าวมื้ออร่อย ผมเลยเลี้ยงค็อกเทลพวกเธอที่ร้านแถวๆ นั้นไปแก้วนึง เราคุยเรื่องสนุกๆ กันจนถึงเวลาที่ต้องแยกย้าย แต่พอรู้สึกตัวอีกที ผมก็เดินตามพวกเธอไปนวดที่ร้านนวดซะแล้ว พวกเธอเป็นคนอารมณ์ดี สบายๆ แถมยังเทคแคร์ดีมาก ขอบคุณจริงๆ ที่ทำให้ผมได้เจอเรื่องสนุกๆ แบบนี้
ว่าแต่ ร้านนี้นวดสบายตัวสุดๆ ไปเลยแฮะ
ค่าใช้จ่าย (คิดแบบคร่าวๆ เอาไปคูณ 300 วอน จะได้เป็นเงินเกาหลี)
- น้ำเปล่า RM 2.4
- นั่ง Grab ไปจุดชมวิว Signal Observatory Hill RM 14
- มื้อเที่ยงที่ Fook Yuen RM 17
- เดินทางไปมัสยิดสีน้ำเงิน (Blue Mosque) RM 11.72
- ไวท์คอฟฟี่ RM 6.3
- ค่ากดยกเลิก Uber RM 5
- เดินทางกลับที่พัก RM 12
- มื้อเย็นที่ร้านซีฟู้ด RM 40
- มาร์ตินี่ RM 96
- สปา RM 116
- ทิปสปา RM 10
ค่าใช้จ่ายวันนี้ : RM 330.42
ค่าใช้จ่ายรวมตลอดทริป : 2,875,000 KRW + RM 1050.83