ซุปเกงอีกุก อาหารพื้นเมืองเชจูที่ซอกวีโพ
ช่วงที่ฉันทำงานอยู่ที่ Hey Seogwipo (โรงแรมในเชจู) มื้อเที่ยงก็เลยต้องฝากท้องไว้แถวๆ นี้ ด้านหลังมีถนนสายของกินที่ชื่อว่า 'Arang Joeul Geori' ฉันเลยมักจะมากินข้าวที่นี่ วันนี้ลองค้นหาดูแล้วเจอว่ามีร้านขาย 'เกงอีกุก' (겡이국 - ซุปปู) ซึ่งเป็นอาหารที่ฉันไม่เคยได้ยินหรือเคยเห็นมาก่อนตั้งอยู่บนถนนเส้นนี้ ก็เลยแวะมาลองสักหน่อย
ทั้งชื่อร้านและเมนูก็ดูแปลกตาไปหมด คำว่า 'Maendorong' (맨도롱) ค้นดูแล้วแปลว่า 'อบอุ่น' ว่ากันว่าใช้เรียกอุณหภูมิที่กำลังพอดีสำหรับทานอาหาร บางคนอาจจะคุ้นหูเพราะซีรีส์เรื่อง <Warm and Cozy (맨도롱 또똣)> แต่ฉันไม่เคยดูซีรีส์เรื่องนี้เลยรู้สึกแปลกหูมากๆ สรุปแล้ว 'Maendorong Haejangguk' (맨도롱해장국) ก็น่าจะแปลได้ว่า 'ซุปแก้แฮงค์อุ่นๆ' ล่ะมั้ง นี่คือสิ่งที่ฉันเดาเอาจากการคลิกหาข้อมูลแค่ไม่กี่ครั้ง แถมฉันยังฟังภาษาถิ่นเชจูรู้เรื่องไม่ถึง 20% ด้วยซ้ำ เลยไม่รู้เหมือนกันว่าที่เดามามันถูกหรือผิด...
เกงอีกุก เป็นอาหารพื้นเมืองของเชจู ทำโดยการนำปูตัวเล็กๆ มาบดแล้วต้มเป็นซุปสาหร่าย ข้อมูลนี้ฉันก็กูเกิลหามาเหมือนกัน เลยจินตนาการรสชาติไม่ออกเลยจนกว่าจะได้ชิมจริงๆ แต่จากที่อ่านรีวิวในหลายๆ บล็อก ดูเหมือนว่าจะเป็นเมนูที่มีทั้งคนชอบและไม่ชอบอย่างชัดเจน มื้อเที่ยงวันนี้ฉันเลยเดินเข้าร้านด้วยความรู้สึกท้าทาย มากกว่าจะเดินฮัมเพลงเข้าไปแบบชิลๆ
คะแนนรีวิวของร้านนี้ค่อนข้างสูงเลยทีเดียว แต่ก็เห็นดาวต่ำๆ อยู่บ้างประปราย พอไปอ่านคอมเมนต์เหล่านั้น บางคนก็บอกว่าเจ้าของร้านไม่ค่อยเป็นมิตร แต่สำหรับฉัน ฉันว่ามันก็แค่สไตล์การพูดของคนเชจู ไม่ได้รู้สึกว่าเขาไม่เป็นมิตรแต่อย่างใด แน่นอนว่ามันไม่ใช่การพูดจาต้อนรับลูกค้าแบบหวานเจี๊ยบเหมือนคนโซลอย่างฉัน ลูกค้าที่มากินข้าวก็ไม่ได้มีใครพูดจานุ่มนวลชวนให้รู้สึกอยากบริการขนาดนั้น ฉันเลยคิดว่ามันคงเป็นเอกลักษณ์ของคนแถวนี้แหละ




ในที่สุดเกงอีกุกก็มาเสิร์ฟ อย่างแรกที่ทำให้ตกใจคือมีเครื่องเคียงถึง 6 อย่าง ซุปข้าวราคา 10,000 KRW แต่ได้เครื่องเคียงตั้ง 6 อย่างเนี่ยนะ ฉันลองนึกดูเล่นๆ ว่าที่โซลมีร้านไหนให้แบบนี้บ้าง แต่นึกไม่ออกเลย แถมเครื่องเคียงยังอร่อยมากๆ พอทานเสร็จ เครื่องเคียงทั้ง 6 จานก็เกลี้ยงไม่มีเหลือ
พอลองซดน้ำซุปเกงอีกุกไปหนึ่งช้อน ก็สัมผัสได้ถึงรสชาติที่สดชื่นโล่งคอ แต่ความสดชื่นที่ว่านี้ ไม่ใช่แบบใสๆ เผ็ดร้อนนิดๆ เหมือนที่เคยต้มกินในโซล แล้วก็ไม่ใช่รสชาติหนักๆ แบบซุปกระดูกหมูหรือเนื้อด้วย... เป็นรสชาติที่อธิบายยากจริงๆ ฉันเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมคนถึงบอกว่ามันมีกลิ่นอายของทะเล และทำไมถึงมีคนไม่ชอบ มันเป็นรสชาติที่แปลกใหม่มาก ปกติแล้วซุปสาหร่ายจะใส่เนื้อวัวและน้ำมันงาลงไปนิดหน่อย ทำให้น้ำซุปมีความมัน แต่ซุปชามนี้ไม่มันเลย คล้ายๆ กับซุปปลาใส (Jiri-tang) อาจจะเพราะใส่เครื่องในหอยเป๋าฮื้อและปูบด (เอาจริงๆ ชิมแค่รสชาติก็ไม่รู้หรอกว่าใส่ปู) น้ำซุปเลยมีความข้นนิดๆ แต่ก็สดชื่นและเผ็ดร้อนเบาๆ ขนาดฉันกลับมาอ่านที่ตัวเองเขียนยังงงเลยว่ามันคือรสชาติแบบไหนกันแน่ ของแบบนี้ต้องมาลองชิมเองถึงจะรู้
ที่น่าตกใจอีกอย่างคือ ซุปราคาแค่ 10,000 KRW แต่ใส่หอยเป๋าฮื้อมาให้ถึง 2 ตัว วิธีที่ง่ายที่สุดในการอธิบายเมนูนี้ให้คนโซลฟังก็คือ การบอกว่ามันคือ 'ซุปสาหร่ายหอยเป๋าฮื้อ'




ขนาดฉันไม่ชอบซุปสาหร่ายยังกินจนเกือบหมดชาม อย่างแรกเลยคือพอมีหอยเป๋าฮื้อ มันก็มีอะไรให้เคี้ยวให้กิน ซึ่งมันดีมาก และถึงจะไม่กินสาหร่าย แต่น้ำซุปก็สดชื่นโล่งคอสุดๆ การกินแค่สาหร่ายอย่างเดียวไม่ค่อยถูกปากฉันเท่าไหร่ แต่พอกินสาหร่ายคู่กับเครื่องเคียงรสเค็มๆ มันๆ แล้วอร่อยเข้ากันดี
แต่ที่น่าตลกก็คือ มีแค่ฉันกับคู่สามีภรรยาที่ดูเหมือนจะมาจากโซลเท่านั้นที่สั่งเกงอีกุกกิน ส่วนคนที่ดูเหมือนจะเป็นคนท้องถิ่นเชจูสั่งซุปหัววัว (Somori-gukbap) กันทุกคน สำหรับคนโซล เกงอีกุกอาจจะดัง แต่สำหรับคนพื้นที่ ที่นี่อาจจะเป็นร้านเด็ดเรื่องซุปหัววัวก็ได้มั้ง? ไว้คราวหน้าฉันต้องลองสั่งซุปหัววัวมากินแบบคนท้องถิ่นดูบ้างแล้ว
2021.11.18
ผ่านไปไม่กี่วันฉันก็กลับมาอีกครั้ง คราวนี้ฉันสั่งซุปหัววัว
อย่างแรกเลยคือ ผ่านไปแค่ไม่กี่วัน เครื่องเคียง 3 อย่างถูกเปลี่ยนใหม่ ในราคา 8,000 KRW มีทั้งซอส เส้น และเครื่องเคียงรวมแล้วถึง 11 อย่าง เนื้อหัววัวก็ใส่มาให้แบบจัดเต็มมากๆ
รสชาติจะเบากว่าที่โซลนิดหน่อย และเป็นซุปที่มีกลิ่นเนื้อชัดเจน ไม่ได้รู้สึกว่าต้มจนเปื่อยยุ่ย แต่มีความหนึบหนับของเนื้อส่วนหัวให้เคี้ยวเพลินๆ เสิร์ฟมาพร้อมกับข้าวและเส้นโซมยอน กินแล้วอิ่มแปล้เลย แน่นอนว่าขอแนะนำให้กินเส้นโซมยอนก่อน และตอนกินข้าวก็แนะนำให้ใส่ทาแดกิ (พริกแกงเกาหลี) ลงไปด้วย
แต่สิ่งที่อยากแนะนำมากที่สุดก็คือการลองกินเกงอีกุก (เฉพาะคนโซลนะ)

