slothis · ไทย

เมืองเก่าฮอยอันตอนกลางวัน มรดกโลกเวียดนาม

2018-11-30 · อัปเดต: 2026-08-11 · ต้นฉบับ (ภาษาเกาหลี)

บทความนี้แปลจากต้นฉบับภาษาเกาหลีโดยใช้ AI ช่วย อ่านต้นฉบับภาษาเกาหลี →
ผู้คนปั่นจักรยานริมแม่น้ำและผู้คนเดินบนสะพาน
ตราสัญลักษณ์บนสะพานคือตรามรดกโลกของฮอยอัน

ทริปนี้ผมไม่ได้เป็นคนวางแผน (ถึงเที่ยวคนเดียวก็ไม่ค่อยวางแผนอยู่ดี) เลยไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเมืองฮอยอัน (Hoi An) เลย สรุปจากที่ฟังๆ เขามา ฮอยอันเป็นเหมือนไฟลต์บังคับที่ใครมาดานัง (Da Nang) ก็ต้องแวะ ด้วยความรู้พื้นฐานอันน้อยนิด บวกกับไฟลต์กลับของเราออกดึก ผมเลยรู้แค่แพลนว่าเราจะไปฮอยอันกันก่อนแล้วค่อยกลับมาดานัง แต่จากประสบการณ์หลังจบทริป ผมว่าช้อปปิ้งเสื้อผ้าหรือของใช้จำเป็นที่ดานังก่อนแล้วค่อยมาฮอยอันน่าจะเวิร์กกว่า ยังไงก็ตาม ผมไม่เคยอ่านเจอเลยว่าเมืองเล็กๆ แห่งนี้ โดยเฉพาะย่านเมืองเก่า (Old Town) มันดังหรือมีเสน่ห์ยังไง เลยต้องมาพิสูจน์ด้วยตาตัวเอง

ทิวทัศน์ของเมืองเก่าฮอยอันสะท้อนบนผิวน้ำในแม่น้ำภายใต้ท้องฟ้าที่มีเมฆมาก

การจะเข้าไปในเมืองเก่าต้องซื้อตั๋วด้วย ราคาประมาณ 6,000 วอน (KRW) ต่อคน ซึ่งราคานี้รวมค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ในเมืองเก่าแล้ว เพื่อนที่มาด้วยกันบอกว่าจริงๆ เดินเข้าไปฟรีๆ ก็ได้ มีแต่คนซื่อบื้อเท่านั้นแหละที่ซื้อตั๋ว แต่เอาเถอะ พวกเรามันซื่อบื้อ และถึงจะไม่ซื่อบื้อยังไงก็ควรซื้อตั๋วอยู่ดี พอเดินดูรอบๆ ก็รู้สึกนะว่าถึงไม่ซื้อตั๋วก็เนียนๆ เดินเข้าออกได้สบาย แต่เงินแค่ 6,000 วอน จะทำตัวมีปัญหาไปทำไมก็ไม่รู้ มีข่าวลือว่าเขาจะสุ่มตรวจตั๋วเฉพาะคนเกาหลี แต่พอมาเห็นจริงๆ เขาก็ตรวจและเก็บเงินทุกคนอย่างเท่าเทียมกันนั่นแหละ ไม่ว่าจะเป็นประชาธิปไตยหรือสังคมนิยม ก็ไม่มีที่ไหนยอมหยวนๆ เรื่องภาษีหรอก ถึงแม้ว่าบางที่อย่างเซบู (Cebu) จะชอบตั้งภาษีมั่วๆ ขึ้นมาแล้วแกล้งทำเป็นลดให้ก็เถอะ

ผู้ที่สวมหมวกแบบดั้งเดิมยืนอยู่หน้าช่องขายตั๋วสีเหลือง
ถนนที่ร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ซึ่งมีรถจักรยานยนต์และรถจักรยานสัญจรไปมา

วิกิพีเดียบอกว่าฮอยอันเป็นเมืองท่าที่โด่งดังมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 1 การเป็นเมืองท่าที่โด่งดังก็แปลว่าเป็นเส้นทางการค้า ซึ่งหมายความว่ามีผู้คนจากหลายประเทศมาอาศัยอยู่ ทั้งชาวจีน ญี่ปุ่น ตะวันตก ไปจนถึงชาวอินเดีย ใครที่อยากหาเงินก็ต้องนั่งเรือผ่านที่นี่กันทั้งนั้น ด้วยเหตุนี้เลยมีสถาปัตยกรรมที่พ่อค้าจากชาติต่างๆ สร้างทิ้งไว้หลงเหลืออยู่มากมาย

แต่ขัดกับภูมิหลังที่ว่ามา พอได้เข้ามาเดินในเมืองเก่าจริงๆ กลับรู้สึกผิดหวังนิดหน่อย สถานที่ท่องเที่ยวที่ต้องใช้ตั๋วเข้าชมส่วนใหญ่เป็นสถาปัตยกรรมและสะพานสไตล์จีนกับญี่ปุ่นในอดีต สำหรับคนเกาหลีที่อยู่ติดและได้รับอิทธิพลจากสองประเทศนี้มาเต็มๆ อย่างผม มันเลยไม่อินเท่าไหร่ แน่นอนว่าพวกฝรั่งผมทองดูจะตื่นตาตื่นใจกันมาก ใช้เวลาถ่ายรูปของในศาลเจ้าและยืนอ่านป้ายกันอย่างตั้งใจ พอเห็นแบบนั้นก็แอบคิดนะว่า การที่เราคุ้นเคยหรือรู้อะไรมากไปก็อาจจะไม่ใช่เรื่องดีเสมอไป

รูปปั้นมังกรและโคมไฟสีแดงประดับอยู่ในลานของอาคารแบบดั้งเดิม
สะพานเก่าแก่ที่มีหลังคาสร้างอยู่บนเสาหิน
ถ่ายรูปมาแบบส่งๆ ไม่สนความเอียงซ้ายขวาหน้าหลัง สะท้อนให้เห็นเลยว่าผมไม่อินแค่ไหน สะพานในรูปด้านบนคือสะพานญี่ปุ่นที่โด่งดังเรื่องการมีสิ่งก่อสร้างอยู่บนสะพาน ซึ่งไม่ได้เกี่ยวอะไรกับความสนใจของผมเลย

เวลาเดินเล่นในเมืองเก่าตอนกลางวัน จะเห็นบ้านหลายหลังที่เป็นตึกสมัยใหม่แต่มีหลังคาทรงโบราณ และถูกปกคลุมไปด้วยต้นไม้และดอกไม้สวยๆ ยิ่งพอมีมอเตอร์ไซค์ที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของเวียดนามวิ่งกันขวักไขว่เต็มถนน ก็ยิ่งสร้างบรรยากาศที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของฮอยอัน ถ้าเมืองเก่าในยุโรปเน้นเรื่องการอนุรักษ์ เมืองเก่าของฮอยอันก็คงเน้นความคลาสสิกที่ผสมผสานกับความงามในแบบเวียดนาม โดยเฉพาะความงามนี้จะยิ่งเปล่งประกายเจิดจ้าตอนที่พวกเขาจุดโคมไฟในตอนกลางคืน

แต่ทั้งหมดที่ว่ามานี้คือในกรณีที่คุณเดินในระยะทางที่พอดีๆ นะ พวกเราเริ่มเดินตั้งแต่ 9 โมงเช้าลากยาวไปจนถึงบ่าย 3 แบบไม่ได้พักเลย ถึงจะมีแวะกินข้าวและดื่มกาแฟบ้าง แต่การเดินฝ่าอากาศร้อนทะลุ 30 องศา วนรอบเมืองเก่าทั้งรอบนอกและซอกแซกไปทุกซอกทุกมุมเหมือนกำลังเดินหาขุมทรัพย์เนี่ยมันเกินไปหน่อย ถึงจะเป็นวันแรกของการเที่ยวจริงๆ แต่พลังงานมันจะล้นเหลืออะไรขนาดนั้น ผมน่ะชอบนั่งเหม่อมองถนนในร้านกาแฟ หรือถ้าเจอวิวสวยๆ ก็อยากจะหยุดพักนั่งชมชิลๆ แต่ไอ้เพื่อนตัวดีที่เพิ่งเคยมาต่างประเทศในรอบ 10 ปีคนนี้กลับไม่มีความคิดแบบนั้นอยู่ในหัวเลย สุดท้ายผมก็เกิดอาการขาดน้ำ ลงเครื่องมายังไม่ถึง 24 ชั่วโมงก็ต้องมาเดินหาโพคารี่สเวท (Pocari Sweat) ซะแล้ว... ถ้ารู้ล่วงหน้าว่าจะไม่มาทริปพักผ่อนแบบที่ปากบอก ผมคงฟิตร่างกายมาให้พร้อมกว่านี้ นี่พระอาทิตย์ของวันแรกยังลอยเด่นอยู่กลางหัวแท้ๆ แต่สุดท้ายผมก็สลบเหมือดคาเตียงไปเรียบร้อย

ทางเดินริมแม่น้ำที่เรียงรายไปด้วยต้นปาล์มและสะพานที่มองเห็นอยู่ไกลๆ
สุนัขขนสีน้ำตาลปนขาวนอนหมอบอยู่ริมถนน