หมูสามชั้นแช่แข็ง ร้าน Jamsugyojip โบกวังดง โซล
เบื่อเนื้อย่างกับปลาดิบที่กินอยู่ทุกวัน เลยลองคิดหาอะไรแปลกใหม่กินดู แล้วก็นึกถึง 'หมูสามชั้นแช่แข็ง' (แนงซัม) ขึ้นมา หลายคนอาจจะบอกว่า "มันก็หมูเหมือนกันไม่ใช่เหรอ?" แต่สำหรับฉัน หมูสดที่กินประจำมันอยู่คนละหมวดหมู่กันเลย กะว่าจะไปนั่งกินเอาบรรยากาศจิบโซจูราคาถูกเหมือนสมัยเรียนมหาลัย แต่ถึงบรรยากาศจะให้ ทว่าราคากลับเท่าหมูสดซะงั้น! อยากรู้เหมือนกันว่าจะขายหมูสามชั้นแช่แข็งได้อร่อยเบอร์ไหน ฉันเลยรีบพุ่งไปที่ร้าน "Jamsugyojip" (ชัมซูกโยจิบ) ทันที
หมูสามชั้นแช่แข็งฮิตขึ้นมามากๆ เมื่อปีสองปีก่อน แต่ตอนนั้นฉันไม่ได้กินหรอก ส่วนหนึ่งเพราะยุ่งๆ ด้วย แล้วก็รู้สึกว่าถึงจะเป็นเทรนด์ แต่ก็ไม่เห็นจำเป็นต้องขวนขวายไปกินเลย เทรนด์มันวนไปวนมาก็จริง แต่ไม่เคยคิดเลยว่าหมูสามชั้นแช่แข็งจะกลับมาฮิตได้ขนาดนี้

เขาว่ากันว่าร้าน Jamsugyojip นี่แหละที่เป็นหนึ่งในผู้นำเทรนด์นี้ เป็นร้านที่คนดังเปิดและตอนนี้ก็ขยายไปหลายสาขาแล้ว เรียกว่ารวมความ "อินเทรนด์" ไว้ครบทุกอย่าง
ด้วยนิสัยที่ชอบไปกินสาขาต้นตำรับมากกว่า ฉันเลยมุ่งหน้าไปที่สาขาหลักในย่านโบกวังดง (Bogwang-dong ในโซล) ขนาดไปถึงตอน 5 โมงเย็น ยังได้ที่นั่งที่สุดท้ายพอดี พอรินน้ำดื่มปุ๊บ คิวหน้าร้านก็ยาวเหยียดแล้ว ไม่รู้ว่าเป็นเพราะในร้านมีโต๊ะแค่ 6-7 ตัวด้วยหรือเปล่า แต่ร้านนี้ฮอตฮิตสุดๆ ไปเลย


ฉันสั่งเมนูหลักอย่างหมูสามชั้นแช่แข็ง แล้วก็สั่งหอยนางรมสดมาด้วยเพราะอากาศหนาว จากนั้นพนักงานพาร์ทไทม์ก็เดินกันขวักไขว่ ยกถาดเครื่องเคียงที่เตรียมไว้ออกมาเสิร์ฟ เขาแนะนำว่าไม่ควรขยับสลับที่ถาดและให้กินแบบนั้นเลย ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม แต่เพราะอยากกินให้อร่อย พอเครื่องเคียงมาเสิร์ฟฉันก็เลยนั่งนิ่งๆ ไม่ขยับอะไร


หอยนางรมมาเสิร์ฟก่อน พอชิมแล้วรสชาติดีมาก ดีขนาดที่ว่ามากินแค่หอยนางรมอย่างเดียวก็ยังคุ้ม หลังจากนั้นไม่นานหมูก็มาเสิร์ฟพร้อมกับสติกเกอร์ป้ายราคาเหมือนเวลาซื้อจากร้านขายเนื้อ ถึงจะเรียกว่าหมูสามชั้นแช่แข็ง แต่ให้ความรู้สึกเหมือนเอาเนื้อหมูคุณภาพดีไปแช่แข็งจัดๆ ไว้แป๊บเดียวแล้วเอามาขายมากกว่า ไม่ได้มีกลิ่นเหม็นสาบหมูเหมือนสมัยก่อนเลยสักนิด
ที่พนักงานยุ่งตลอดเวลาก็เพราะพวกเขาต้องคอยย่างหมูให้ทุกโต๊ะนี่แหละ พวกเขาจะจัดเรียงหมูในฟอร์เมชันที่อร่อยที่สุด อธิบายว่าต้องกินตอนไหน กินยังไง แล้วก็เดินจากไป แถมถ้าลูกค้าทำท่าจะย่างเองก็จะคอยห้ามด้วย เรื่องอื่นไม่รู้ แต่เรื่องบริการตรงนี้ฉันขอปรบมือให้ดังๆ เลย




พอทุกอย่างพร้อม ฉันก็กินตามวิธีที่เขียนไว้บนผนัง แล้วก็เข้าใจเลยว่าทำไมคนถึงชอบมากินกัน ความรู้สึกแย่ๆ ของความเชยในอดีตถูกตัดออกไปหมด เหลือแต่รสชาติความอร่อยแบบวันวานที่กินแกล้มกับโซจูได้เพลินๆ แถมยังมีซอสให้เลือกหลายแบบ ให้แต่ละคนได้ลองหารสชาติที่ถูกปากตัวเอง
ฉันกินหมูสามชั้นแช่แข็งกับโซจูอย่างเมามันจนต้องสั่งเพิ่มอีกรอบ แล้วก็เหลือหมูไว้สองสามชิ้นเพื่อกินคู่กับเมนูปิดท้ายอย่างข้าวผัด เป็นข้าวผัดที่มากระแทกปากตอนที่ร่างกายกำลังโหยหาคาร์โบไฮเดรตพอดี ถึงจะอิ่มแล้วแต่ก็หยุดกินไม่ได้เลย เหมือนกำลังกินขนมเพลินๆ

ราคานี้ไม่ใช่ราคาหมูสามชั้นแช่แข็งแบบสมัยก่อนแน่นอน มันเป็นรูปแบบที่ดึงเอาแค่ความรู้สึกดีๆ ในยุคที่เราไม่ค่อยมีเงินมากินหมูออกไป (ถึงข้อดีเรื่องราคาถูกจะหายไปด้วยก็เถอะ...) ถ้าคิดซะว่ามากินปิ้งย่างในโซล ราคาก็ไม่ใช่ปัญหาเลย ข้อเสียอย่างเดียวคือร้านดังเกินไป คนเลยเยอะ ร้านแคบแต่คนแน่น คิวก็เลยยาว ถ้าเป็นช่วงปกติคงไปนั่งดื่มร้านอื่นรอก่อนได้ แต่เพราะโควิดทำให้ร้านปิดเร็ว เรื่องนี้ก็เลยกลายเป็นปัญหาในตอนนี้