ร้าน Jinju Sikdang ซอกวีโพ: ซุปหอยเป๋าฮื้อหม้อดินรสสดชื่น
ช่วงสุดสัปดาห์ฉันตั้งใจจะมาพักผ่อนสมอง อ่านหนังสือและชมวิวทะเลที่ชั้น 2 ของ Hey Seogwipo (โรงแรมในเชจู) แต่ปรากฏว่าปิดทำการในวันหยุด แผนที่วางไว้เลยพังไม่เป็นท่า ระหว่างที่กำลังคิดว่าจะทำยังไงต่อ ท้องก็เริ่มร้อง เลยตัดสินใจหาอะไรกินก่อนแล้วค่อยว่ากัน ฉันจึงแวะไปกินมื้อเที่ยงที่ร้าน Jinju Sikdang (จินจูชิกดัง) ซึ่งเป็นร้านที่ฉันอยากลองไปกินมาตั้งแต่เมื่อหลายเดือนก่อนตอนที่ใช้ Hey Seogwipo เป็นโคเวิร์กกิ้งสเปซชั่วคราว

ดูจากเมนูก็จะเห็นว่าไม่ได้มีแค่ซุปหม้อดิน (Ttukbaegi) เท่านั้น แต่ยังมีอาหารเซ็ตอีกหลายแบบ มองแวบแรกก็รู้เลยว่าไม่ใช่แค่ร้านอาหารตามสั่งทั่วไป แต่ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นร้านอาหารเกาหลีพื้นเมืองเชจูมากกว่า ฉันมักจะเดินผ่านร้านนี้ไปเสมอเพราะคิดว่าราคาคงแพงหูฉี่ แต่พอเข้ามาจริงๆ ราคาก็ไม่ได้แรงอย่างที่คิด ฉันไม่อยากกินอะไรที่หนักท้องเกินไป เลยสั่งซุปหอยเป๋าฮื้อหม้อดิน (Jeonbok Ttukbaegi) ขนาดธรรมดามาหนึ่งที่


เครื่องเคียงถูกยกมาเสิร์ฟก่อนเป็นอันดับแรก ซึ่งจัดมาแบบไม่ธรรมดาเลย มีทั้งหมูต้มสไตล์เชจู (Dombe-gogi) สี่ห้าชิ้น สาหร่ายฮิจิกิ (Tot) และเครื่องเคียงที่ฉันชอบอีกเต็มโต๊ะ ตอนแรกก็ลังเลว่าจะกินก่อนหรือรอให้ซุปหม้อดินมาเสิร์ฟพร้อมกันดี แต่ด้วยความหิวเลยลองชิมหมูต้มก่อน อร่อยมากๆ ฉันไม่แน่ใจว่าเป็นซอสปลาแอนโชวี่ (Meljeot) หรือซอสเครื่องในปลาดาบ (Galchisokjeot) กันแน่ (แต่เดาว่าน่าจะเป็นซอสปลาแอนโชวี่) พอเอาหมูไปจิ้มซอสชุ่มๆ เนื้อหมูนุ่มๆ เข้ากันได้ดีกับรสชาติเข้มข้นของซอสปลาหมัก เคี้ยวเพลินสุดๆ ส่วนถั่วงอก สาหร่าย และกิมจิก็ปรุงรสมาแบบไม่จัดจ้านเกินไป ต่อให้ไม่มีซุปหม้อดินก็กินข้าวหมดชามได้สบายๆ


ระหว่างที่กำลังชิมเครื่องเคียงเพลินๆ ซุปหม้อดินที่เดือดปุดๆ ราวกับลาวาก็มาเสิร์ฟ มันเดือดพล่านซะจนเอาช้อนลงไปคนก็ยังไม่ยอมหยุดเดือด
ฉันนั่งมองด้วยความตื่นเต้นอยู่พักหนึ่งก่อนจะซดน้ำซุปไปหนึ่งคำ ทำให้เข้าใจเลยว่าทำไมรีวิวร้านนี้ถึงมีคนบอกว่ารสชาติค่อนข้างจืด รสชาติไม่ได้ปรุงมาจัดจ้านนัก เน้นต้มให้ได้รสชาติของอาหารทะเลแบบเต็มๆ ทำให้มีความสดชื่นโดดเด่นขึ้นมา แต่ไม่ได้รู้สึกว่าเผ็ดหรือเข้มข้นเหมือนหน้าตาของมันเลย รสชาติที่อ่อนไปนิดถูกเติมเต็มด้วยเครื่องเคียงได้อย่างลงตัว โดยเฉพาะพอกินคู่กับสาหร่ายฮิจิกิ กลิ่นหอมเฉพาะตัวของอาหารทะเลจะผสมผสานกันจนได้รสชาติที่อร่อยที่สุด
ในชามมีหอยเป๋าฮื้ออยู่สี่ตัว ถึงขนาดจะเล็กไปหน่อยแต่เนื้อหนึบหนับอร่อยมาก แค่กินหอยเป๋าฮื้ออย่างเดียวข้าวก็หายวับไปในพริบตา แถมยังมีหอยลายใส่มาให้อีกเพียบ ทำเอาตักกินจนวางช้อนไม่ลงเลย
นานมากแล้วที่ไม่ได้ขอดก้นชามซุปหม้อดินและกินเครื่องเคียงจนเกลี้ยงแบบนี้ เป็นมื้อที่รู้สึกดีมากๆ กินเสร็จก็แอบคิดว่า 'รู้งี้สั่งซุปหอยเป๋าฮื้อหม้อดินไซส์พิเศษมาก็ดี' แถมยังสงสัยด้วยว่า 'ซุปหอยเป๋าฮื้อจิ๋ว (Obunjagi) จะรสชาติเป็นยังไงนะ' ทำเอาฉันต้องนั่งดูเมนูต่อหลังกินเสร็จ และตั้งตารอที่จะกลับมาเยือนอีกครั้ง



วันนี้มาลองซุปหอยเป๋าฮื้อจิ๋วหม้อดิน (Obunjagi Ttukbaegi) ดูบ้าง ทั้งสองอย่างหน้าตาแทบจะเหมือนกันเลย แต่หอยเป๋าฮื้อปกติจะมาจากวันโด ส่วนหอยเป๋าฮื้อจิ๋วจะมาจากเชจู และมีขนาดเล็กกว่า พอลองชิมดูรู้สึกว่าหอยเป๋าฮื้อจิ๋วจะมีความเด้งสู้ฟันมากกว่า และรสชาติของเครื่องในก็ไม่แรงเท่า ถึงอย่างนั้นราคาก็แอบแพงกว่านิดหน่อย ฉันเลยคิดว่าแทนที่จะสั่งหอยเป๋าฮื้อจิ๋ว สู้สั่งซุปหอยเป๋าฮื้อหม้อดินแบบธรรมดาหรือแบบพิเศษไปเลยน่าจะคุ้มกว่า แน่นอนว่าถ้าใครยังไม่เคยลองกินเหมือนฉัน ก็ถือว่าน่าลองสักครั้ง แต่ถ้าไม่ซีเรียสอะไร ฉันขอแนะนำซุปหอยเป๋าฮื้อหม้อดินแบบธรรมดาดีกว่า




