slothis · ไทย

รีวิวร้านอีโจอึนชิกดัง เมนูปลาดาบย่านจุงมุน เชจู

2022-03-22 · อัปเดต: 2026-08-11 · ต้นฉบับ (ภาษาเกาหลี)

บทความนี้แปลจากต้นฉบับภาษาเกาหลีโดยใช้ AI ช่วย อ่านต้นฉบับภาษาเกาหลี →

วันวาเลนไทน์เพื่อนลงมาหาที่เชจู (Jeju) เลยไปกินมื้อเที่ยงด้วยกัน เราจองที่พักแถวๆ จุงมุน (Jungmun ย่านท่องเที่ยวในเชจู) เลยรีบบึ่งไปที่ร้านอาหารทันที ผมพยายามกล่อมเพื่อนว่ามาถึงเชจูทั้งทีก็ต้องกินปลาซาบะหรือไม่ก็ปลาดาบ (Galchi) สิ สุดท้ายเลยได้ไปร้านอีโจอึนชิกดัง (Lee Joeun Sikdang) ที่อยากลองไปมานานแล้ว

จุงมุนเป็นย่านท่องเที่ยวชื่อดังอันดับต้นๆ ของเชจู เลยมีร้านอร่อยๆ เพียบ ในบรรดาร้านเหล่านั้นมีร้านเมนูปลาดาบดังๆ อยู่สองสามร้าน ซึ่งร้านอีโจอึนชิกดังก็ได้รับรีวิวค่อนข้างดี ผมเลยสั่งเซ็ตปลาดาบมาด้วยความคาดหวังว่ามันจะอร่อยสมคำร่ำลือ

ภายนอกร้านอาหารอาคาร 2 ชั้นที่มีป้ายร้านอีโจอึนชิกดังและป้ายผ้าจุงมุนคัลชีโจริม (ปลาดาบตุ๋น) แขวนอยู่
ภายในร้านอาหารที่มีโต๊ะและเก้าอี้ไม้หลายตัวจัดวางอยู่ และมีป้ายเมนูติดอยู่บนผนัง
ป้ายเมนูบนผนังร้านอาหารที่เขียนบอกราคาและเมนูต่างๆ เช่น คัลชีจองชิก (เซ็ตปลาดาบ) คัลชีโจริม (ปลาดาบตุ๋น) และโคดึงออโจริม (ปลาซาบะตุ๋น)

พอสั่งเซ็ตเมนูที่มีทั้งซาชิมิปลาดาบ ปลาดาบต้มซีอิ๊ว (Galchi-jorim) และปลาดาบย่าง ซาชิมิปลาดาบก็ถูกยกมาเสิร์ฟก่อน นี่เป็นครั้งที่สองที่ผมได้กินซาชิมิปลาดาบที่เชจู ครั้งแรกที่เคยกินเนื้อมันแห้งและฝืดคอมาก แต่ของร้านนี้ยังมีความฉ่ำอยู่บ้าง เอาจริงๆ ผมก็ไม่ค่อยรู้รสชาติเท่าไหร่หรอก ส่วนตัวไม่ค่อยสันทัดเรื่องรสชาติซาชิมิอยู่แล้ว ยิ่งเป็นซาชิมิปลาดาบด้วยแล้ว กินทีไรก็แอบสงสัยทุกทีว่า 'ทำไมคนเราต้องถ่อมาถึงเชจูเพื่อกินเจ้านี่ด้วยนะ'

ปลาดิบแล่บางหนังสีเงินวางอยู่บนแท่นรองทรงกลมบนจานสีดำพร้อมกับพาร์สลีย์
ปลาดิบแล่บางหนังสีเงินหนึ่งชิ้นที่ถูกคีบด้วยตะเกียบโลหะ
จานปลาดิบหนังสีเงินและเครื่องเคียงหลายอย่างจัดวางอยู่บนโต๊ะไม้

พอกินซาชิมิเกือบหมดจาน เมนูต้มซีอิ๊วก็มาเสิร์ฟพอดี ตอนนั้นผมต้องขับรถเลยต้องพยายามข่มใจไม่ให้สั่งโซจูมาดื่มคู่กัน ทั้งที่เมนูต้มซีอิ๊วมันยั่วน้ำลายสุดๆ แต่ก็ต้องอดทนกินคู่กับข้าวสวยไป พอกินแล้วรู้สึกได้เลยว่านี่แหละคือรสชาติที่แท้จริงของร้านนี้ ร้านที่ทำเมนูต้มซีอิ๊วไม่อร่อยมักจะมีแค่รสเผ็ดโดดหรือไม่ก็หวานเจี๊ยบ แต่ที่นี่รสชาติกลมกล่อมสมคำร่ำลือ ไม่รู้ว่าใส่ผงชูรสหรือเปล่า แต่พอกินกับข้าวแล้วมันลงตัวสุดๆ กลายเป็นวงจรการกินแบบอินฟินิตี้ กินข้าว กินปลาดาบ แล้วก็กลับมากินข้าววนไป

ปลาตุ๋นซอสสีแดงใส่หัวไชเท้าชิ้นใหญ่และต้นหอมเสิร์ฟในหม้อสีดำทรงกลมก้นกว้าง
ปลาตุ๋นแบบซูมใกล้ที่เห็นเนื้อปลาชุ่มซอสสีแดง หัวไชเท้าต้มเปื่อย และต้นหอม โรยหน้าด้วยงาขาว

เมนูย่างมาเสิร์ฟแทบจะพร้อมๆ กับเมนูต้มซีอิ๊ว ถ้าเมนูต้มซีอิ๊วเน้นกินรสชาติเครื่องปรุงกับเทกเจอร์ของปลาดาบ เมนูย่างก็คือการได้ลิ้มรสชาติและเนื้อสัมผัสของปลาดาบแบบเน้นๆ บางร้านอาจจะเสิร์ฟปลาดาบมาทั้งตัว แต่ที่นี่เสิร์ฟมาเป็นชิ้นหนาๆ สองชิ้น แบ่งกันกินคนละชิ้นได้เลย สำหรับผมแล้วผมชอบแบบย่างมากกว่า ถ้ากินแล้วรู้สึกว่ารสชาติอ่อนไปหน่อย ก็เอาไปจิ้มกับโชยุวาซาบิที่กินคู่กับซาชิมิได้ พอได้รสเค็มๆ แป๊บเดียวปลาดาบก็หายวับไปซีกนึงแล้ว

ปลาหนังสีเงินย่างจนเหลืองกรอบสองชิ้นวางอยู่ในจานสี่เหลี่ยมผืนผ้าลายสีเขียวอ่อน

ราคา 60,000 วอน (KRW) อาจจะดูแรงไปสักหน่อย แต่ก็คุ้มค่าที่จะลองกินดูสักครั้ง รู้สึกว่าได้กินคุ้มเพราะได้สัมผัสรสชาติของปลาดาบในหลายๆ แบบ แถมปลายังไม่ใช่ปลาแห้งๆ หรือปลาถูกๆ ที่ไม่มีเนื้อให้กิน แต่เป็นปลาชิ้นหนาคุณภาพดี

อา แต่ก็แอบเสียดายนิดหน่อยที่มากินตอนกลางวัน ถ้าได้มากินตอนเย็นพร้อมกับจิบโซจูไปด้วย บล็อกโพสต์นี้คงไม่ออกมาจืดชืดแบบนี้หรอก


#ปลาดาบย่าง #ปลาดาบต้มซีอิ๊ว #ปลาดาบเชจู #ซาชิมิปลาดาบ #ร้านอร่อยจุงมุน #ร้านปลาดาบ #จ่ายเองกินเอง #ของกินจุงมุน