slothis · ไทย

รีวิวข้าวหน้าปลาไหลย่าง ร้าน Marushim ย่านพันโพ ฮิตสึมะบุชิสไตล์นาโกย่าในโซล

2018-05-06 · อัปเดต: 2026-08-11 · ต้นฉบับ (ภาษาเกาหลี)

บทความนี้แปลจากต้นฉบับภาษาเกาหลีโดยใช้ AI ช่วย อ่านต้นฉบับภาษาเกาหลี →

ถ้าพูดถึงอาหารที่ประทับใจที่สุดตอนไปเที่ยวนาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น ก็ต้องยกให้ 'ฮิตสึมะบุชิ' (ข้าวหน้าปลาไหลย่าง) ของร้าน Atsuta Houraiken เลยครับ ปลาไหลย่างสีเหลืองทองวางบนข้าวสวยหวานๆ กินแบบธรรมดาคำนึง คลุกกับวาซาบิและผักนิดหน่อยคำนึง แล้วก็เทน้ำซุปกระดูกปลาไหลใส่สาหร่ายลงไปกินเป็นข้าวต้มอีกคำนึง ความทรงจำที่ได้กินปลาไหลแบบแยกส่วนถึง 3 วิธีนี้ยังคงเป็นที่สุดสำหรับผมจนถึงตอนนี้ พอคิดว่า 'ในโซลจะมีให้กินบ้างไหมนะ?' ก็เลยลองค้นหาดูจนมาเจอร้าน 'Marushim (มารุชิม)' ครับ

จริงๆ แล้วปีนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมมาที่นี่หรอกครับ ผมมากินเรื่อยๆ ตั้งแต่เมื่อประมาณ 7 ปีก่อนแล้ว เพราะที่นี่ใช้ปลาไหลเป็นวัตถุดิบหลัก ซึ่งพอนึกถึงอาหารเพิ่มพลังก็ต้องปลาไหลนี่แหละ เวลาคนในบ้านป่วยหรือเรี่ยวแรงตกก็มักจะแวะมากัน ตอนนี้ก็มีคนในครอบครัวที่พลังงานกำลังจะหมดหลอดอยู่พอดี เลยพากันมากินเพื่อฟื้นฟูร่างกายหลังจากไม่ได้มาซะนานครับ

ด้านนอกของร้านอาหารที่มีป้ายภาษาเกาหลีเขียนว่ามารูชิม (Marusim) และเบอร์โทรศัพท์
กระดาษลายเซ็นและรูปถ่ายของคนดังที่ติดอยู่เต็มกำแพง
กระดาษลายเซ็นลงวันที่ปี 2016 พร้อมรูปถ่ายนักเบสบอลและคลิปข่าวจากนิตยสาร
ตู้กระจกจัดแสดงโมเดลอาหารหลากหลายเมนู เช่น ข้าวหน้าปลาไหลและไข่ม้วน พร้อมป้ายราคา
ภายในร้านอาหารที่มีโคมไฟกระดาษฮันจิทรงกลมแขวนอยู่และมีผู้คนกำลังนั่งทานอาหารที่โต๊ะ
ปกเมนูสีแดงที่มีตัวหนังสือคำว่ามารูชิมและโลโก้
ด้านในเมนูที่พิมพ์วิธีทานฮิตสึมาบุชิ (ข้าวหน้าปลาไหล) ให้อร่อย รูปภาพเมนูข้าวหน้าปลาไหล และราคา
หน้าเมนูที่มีคำอธิบายเกี่ยวกับฮิตสึมาบุชิของร้านมารูชิม

อย่างที่อธิบายไปตอนแรก และตามที่เขียนไว้ในเมนูด้านบน วิธีกินฮิตสึมะบุชิมีอยู่ 3 แบบครับ ตอนนี้คนในครอบครัวผมต่างก็มีวิธีกินในแบบของตัวเองกันหมดแล้ว เลยเลือกกินแค่วิธีเดียวตั้งแต่เริ่ม แต่ถ้าใครเพิ่งเคยกินครั้งแรก หรืออยากลองกินหลายๆ แบบ ขอแนะนำให้ลองชิมให้ครบทั้ง 3 วิธีเลยครับ

เนื่องจากปริมาณค่อนข้างเยอะ ถ้าปกติเป็นคนกินน้อยแนะนำให้สั่งไซส์ 'Mini' (มินิ) ถ้าเป็นผู้ใหญ่ทั่วไปสั่งไซส์ 'Sang' (ปกติ) และถ้าเป็นคนกินจุสั่งไซส์ 'Teuk' (พิเศษ) ได้เลยครับ

พอลองกินดูจะรู้เลยว่าต่างจากปลาไหลที่เคยกินทั่วไปตรงที่เขารีดไขมันออกจนหมดครับ ถ้าเทียบกับร้านปลาไหลย่างที่เขียนว่า 'พุงชอนจางอ' (ปลาไหลน้ำจืดเกาหลี) ของที่นี่จะเลี่ยนน้อยกว่า และด้วยตัวซอสกับข้าวก็ทำให้รสชาติออกหวานอร่อยมาก ส่วนตัวผมชอบวิธีกินคู่กับผักครับ ความกรุบกรอบของผักซอยชิ้นเล็กๆ เข้ากันได้ดีกับวาซาบิสด ช่วยตัดความเลี่ยนของปลาไหลได้อยู่หมัด ถือว่าบาลานซ์ดีมากๆ ส่วนอุนางิดง (ข้าวหน้าปลาไหลแบบปกติ) ผมยังไม่เคยลองกิน เลยขอข้ามไปก่อนนะครับ

ชุดอาหารที่มีชามข้าวทรงกลมสีดำ สลัด ซุป ถ้วยเปล่า และช้อนส้อมวางอยู่บนถาดสีม่วง
ชุดอาหารที่มีข้าวหน้าปลาไหลในชามไม้ สลัด ไข่ตุ๋น และซุป

ถ้าให้เทียบกับฮิตสึมะบุชิของร้าน Atsuta Houraiken ที่นาโกย่า ผมว่าน้ำซุปปลาไหลที่เอาไว้เทกินกับข้าวมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนเลยครับ แต่ถ้าจะบอกว่าที่นาโกย่าอร่อยกว่าก็พูดยาก เพราะตอนนั้นมันมีความพิเศษของการไปเที่ยวแถมยังเป็นการกินครั้งแรกด้วย เลยบอกยากว่าที่ไหนดีกว่ากัน เอาเป็นว่าอร่อยมากๆ ทั้งคู่เลยละกันครับ


เพิ่มเติมสำหรับเซ็ตเมนูครับ

เมนูที่มีรูปภาพและราคาของเซ็ตข้าวหน้าปลาไหล
เงาโครงร่างของผู้คนที่กำลังเล่นน้ำที่ชายหาดตอนพระอาทิตย์ตกดิน
จานที่มีเนื้อย่างเสียบไม้วางบนเฟรนช์ฟรายส์และสลัด
ถาดอาหารที่มีข้าวหน้าปลาไหลย่างน่าทาน เทมปุระ และซาซิมิ


#ฮิตสึมะบุชิ #ข้าวหน้าปลาไหล #ร้านอร่อยพันโพ #มารุชิม #ร้านอร่อยสถานีขนส่งด่วน #ข้าวหน้าปลาไหลสไตล์นาโกย่า