slothis · ไทย

นั่งรถไฟจากมอสโกมุ่งหน้าสู่เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก

2016-07-02 · อัปเดต: 2026-08-11 · ต้นฉบับ (ภาษาเกาหลี)

บทความนี้แปลจากต้นฉบับภาษาเกาหลีโดยใช้ AI ช่วย อ่านต้นฉบับภาษาเกาหลี →
มองเห็นสนามกีฬาขนาดใหญ่ที่มีรูปนักฟุตบอลแขวนอยู่ถัดจากประตูตรวจตั๋วสีฟ้า
สเตเดียมเหย้าของทีมสปาร์ตักมอสโก (Spartak Moscow) อยู่ระหว่างทางไปสถานีรถไฟใต้ดิน

วันนี้ตอน 4 โมงเย็นผมต้องขึ้นรถไฟไปเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก (St. Petersburg) ตอนแรกกะว่ามีเวลาเหลือเฟือ แต่เพราะไม่ชินทางไปสถานีรถไฟแถมข้างนอกฝนก็ตกหนักแบบที่ไม่เคยเจอมาก่อน วันนี้เลยไม่ได้ออกไปเที่ยวไหน อาศัยนอนกลิ้งไปมาอยู่ที่โฮสเทลจนถึงนาทีสุดท้ายแล้วค่อยออกมา จริงๆ ฝนก็เป็นปัญหาแหละ แต่สภาพร่างกายผมตอนนี้ก็ไม่ค่อยสู้ดีนักด้วย สัมภาระน่าจะหนักเกินกว่าที่ร่างกายจะรับไหว ไหล่ขวาเลยปวดตึงไปหมด ถ้าได้พักสบายๆ และพยายามไม่ใช้มือขวา อาการก็จะดีขึ้นชั่วคราว แต่พอสะพายกระเป๋าอีกรอบไม่ถึง 30 นาทีก็กลับมาปวดไหล่เหมือนเดิม เริ่มแอบคิดแล้วว่ารู้งี้ลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่แล้วไปนอนพักสบายๆ ในโรงแรมเหมือนคนอื่นเขาก็คงดี

ในสภาพที่ทั้งร่างกายและจิตใจเหนื่อยล้าแบบนี้ ระยะทางจากโฮสเทลไปสถานีรถไฟใต้ดินก็ดันไกลแบบไม่เกรงใจกันเลย ปกติใช้เวลาเดินแค่ 10 หรือ 15 นาทีก็ถึง แต่นี่ทั้งฝนตกทั้งต้องแบกสัมภาระหนักอึ้ง ผมใช้เวลาไปถึง 45 นาที เดินหอบแฮ่กๆ กว่าจะถึงสถานี ที่ผ่านมาผมใช้เงินไปเยอะกว่าที่คิดก็เลยพยายามประหยัดเรื่องกินให้มากที่สุด ผลคือไม่มีแรงเลยครับ เลยคิดว่าต้องหาอะไรลงท้องก่อน แวะไปสั่งบลินี (Blini - แพนเค้กรัสเซีย) กับปิชกี้ (Pyshki - โดนัทรัสเซีย) ที่ร้านอาหารข้างสถานีรถไฟใต้ดินมากิน แต่เจ้าของร้านก็ดันเป็นคนขี้หงุดหงิดขี้โวยวายอีก วันที่เหนื่อยล้าแบบนี้มักจะดึงดูดคนแย่ๆ และสถานการณ์แย่ๆ เข้ามาพัวพันได้ง่ายจริงๆ

แก้วเครื่องดื่มสีดำ ใบเสร็จ เครปบนจาน และโดนัทโรยน้ำตาลไอซิ่งวางอยู่บนถาด
จากเครื่องดื่มวนตามเข็มนาฬิกาคือ ควัส (Kvass - เครื่องดื่มหมัก), บลินี และปิชกี้ ผงสีขาวๆ บนปิชกี้คือผงรสหวานคล้ายน้ำตาล ปิชกี้ราคา 20RUB ส่วนควัสประมาณ 85RUB ถ้าอยากกินแบบประหยัด สั่งแค่สองอย่างนี้ก็พอแล้ว

ผมไปที่สถานี 'Oktyabrskaya' เพราะคิดว่าเป็นสถานีรถไฟใต้ดินที่ต้องไปตามที่เขียนไว้บนตั๋ว แต่พอไปถึงแล้วถามคนแถวนั้น ทุกคนกลับบอกว่าไม่ใช่ที่นี่ (เพิ่งเคยสัมผัสความน่ากลัวของการอ่านภาษารัสเซียแบบงูๆ ปลาๆ ก็คราวนี้แหละ) ตอนนั้นเองถึงเพิ่งนึกเนื้อหาในหนังสือที่เคยอ่านออก ที่รัสเซียเราต้องไปขึ้นรถไฟที่สถานีซึ่งตั้งชื่อตามเมืองปลายทางที่เราจะไป ผมจะไปเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก (ชื่อเดิมคือเลนินกราด) ดังนั้นผมก็ต้องไปที่สถานีเลนินกราดสกี (Leningradsky Station) ไม่มีเวลามานั่งท้อแท้หรือเสียใจว่า 'อุตส่าห์ดั้นด้นมาถึงนี่...' เพราะรถไฟใกล้จะออกแล้ว ผมตั้งสติ กัดฟันวิ่งสุดฝีเท้าไปที่สถานี 'Komsomolskaya' ปกติเวลาขึ้นรถไฟใต้ดินมอสโกผมมักจะคิดเสมอว่า 'ใครมันจะไปเดินหรือวิ่งบนบันไดเลื่อนที่เร็วขนาดนี้ของมอสโกกันนะ?' สรุปว่าคนคนนั้นก็คือผมนี่แหละ

ในที่สุดก็มาถึงแบบหืดขึ้นคอ รับตั๋วแล้วก็ขึ้นมานั่งพักบนรถไฟได้อย่างปลอดภัย


ผู้คนยืนอยู่หน้าประตูกระจกของสถานีรถไฟที่มีป้ายเขียนว่าจุดจำหน่ายตั๋วรถไฟทางไกล
ถึงจะซื้อ e-ticket มาแล้ว แต่ก็ควรเอามาแลกเป็นตั๋วจริงดีกว่า ถ้าไม่ได้รีบแบบวินาทีต่อวินาทีก็ควรแลกไว้ และถ้ามีคนต่อคิวอยู่ข้างหน้าสักสามสี่คน ก็เผื่อเวลาไว้เลยว่ากว่าจะได้ตั๋วคงใช้เวลาประมาณ 20~30 นาที
ประตูรถไฟสีเทาเปิดอยู่พร้อมป้ายตู้โดยสารที่ 9 ซึ่งเขียนว่ามอสโกและเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก
คราวนี้ได้ตู้หมายเลข 9
ทุ่งหญ้าสีเขียว ป่าไม้ และบ้านหลังเล็กๆ มองเห็นได้ผ่านหน้าต่างรถไฟ โดยมีขวดน้ำและแก้ววางอยู่บนขอบหน้าต่าง
ฝนหยุดตกแล้ว

พอขึ้นรถไฟ โชคดีที่ฝั่งตรงข้ามเป็นคู่รักวัยรุ่น ผมเลยเบาใจเรื่องของหายไปได้เปลาะหนึ่ง แต่ดูเหมือนความซวยจะยังตามติดผมไปจนจบวัน เพราะผู้ชายที่นอนเตียงชั้นล่างตรงกับผมพอดีดันกรนเสียงดังมาก รูปร่างจ้ำม่ำดูแล้วน่าจะเพิ่งอยู่ ม.ต้น หรือ ม.ปลาย แต่เสียงกรนนี่ดังกระหึ่มยิ่งกว่าคุณลุงพุงพลุ้ยซะอีก ทำเอาคนแถวนั้นไม่ได้หลับไม่ได้นอนกันถ้วนหน้า จนมีคนบ่นพึมพำเป็นภาษารัสเซียเบาๆ ไม่รู้ว่าด่าหรือบ่นรำคาญ ที่ไหนๆ ในโลกก็เหมือนกันหมดแหละครับ ไม่ว่าจะรัสเซียหรือเกาหลี

ถึงจะเหนื่อยแต่ก็ข่มตาหลับไม่ลง ผมเลยคุยกับผู้ชายเตียงข้างๆ สั้นๆ น่าประหลาดใจมากที่เราทั้งคู่เป็นโปรแกรมเมอร์เหมือนกัน! เราเลยคุยกันถูกคอสุดๆ ถามไถ่กันว่า 'นายทำโปรเจกต์อะไรอยู่?', 'คิดว่าเทรนด์ต่อไปคืออะไร?' เป็นบทสนทนาที่โปรแกรมเมอร์มักจะคุยและสงสัยกัน เราเม้าท์กันอยู่สองสามชั่วโมง ไม่ว่าจะไปที่ไหนในโลก คนที่ทำงานสายเดียวกันก็มักจะมีความผูกพันกันในแบบของตัวเองเสมอ (อ้อ อาชีพอื่นผมไม่รู้นะ แต่สำหรับโปรแกรมเมอร์น่ะใช่เลย) โดยเฉพาะเรื่องเล่าตอนทำงานพลาดจนต้องอดหลับอดนอนเนี่ย ฟังดูเหมือนกำลังอวดวีรกรรมกันเลย เป็นอีกครั้งที่ผมรู้สึกดีใจจริงๆ ที่เลือกทำอาชีพนี้

ตี 4 ครึ่ง เราก็มาถึงเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ผมน่าจะได้นอนไปแค่สองชั่วโมงเองมั้ง หมอนั่นไม่ได้กรนเบาๆ นะ แต่กรนแบบจัดเต็มพลังล้นเหลือจนผมหลับไม่ลงจริงๆ ถ้าเมื่อตอนกลางวันผมไม่ได้นอนเปื่อยอยู่ที่โฮสเทลล่ะก็ วันนี้คงแย่แน่ๆ

ถึงจะมาถึงเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก เมืองที่สวยที่สุดในรัสเซียแล้วก็เถอะ แต่ตอนนี้ผมอยากนอนมากกว่าอยากเที่ยวซะอีก


ค่าใช้จ่าย

รวมค่าใช้จ่าย 792RUB

รวมค่าใช้จ่ายตลอดทริป 525,936원 + 36,675RUB + $152.26