เที่ยวเชจู: ปีนเขามุลยองอารีโอรึมในฤดูใบไม้ร่วง
ตอนนี้เข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วงและใกล้จะหน้าหนาวแล้ว คงไปเล่นเซิร์ฟไม่ได้ เลยมานั่งคิดว่าจะทำอะไรดีในวันหยุดสุดสัปดาห์ พอพูดถึงเชจูก็ต้องนึกถึงโอรึม (กรวยภูเขาไฟ) ที่โด่งดัง เลยตัดสินใจว่าจะใช้เวลาช่วงสุดสัปดาห์ไปกับการปีนโอรึมหรือเดินเล่นตามเส้นทางโอลเลกิล (Olle Trail)
จุดหมายแรกสำหรับการปีนโอรึมในวันหยุดนี้คือ มุลยองอารีโอรึม (Mulyeongari Oreum) ไม่ได้มีเหตุผลพิเศษอะไรที่เลือกที่นี่ แค่ลองหาโอรึมดังๆ ที่อยู่ใกล้บ้านก็เลยลงเอยที่นี่ ระหว่างทางแวะกินข้าวที่ร้านซูมังซนคัลกุกซู (Sumang Son Kalguksu - ร้านบะหมี่ทำมือ) จากนั้นก็ไปจอดรถในลานจอดรถกว้างขวางแล้วเริ่มออกเดิน อาจจะเพราะเป็นฤดูใบไม้ร่วง พุ่มไม้ใบหญ้าเลยดูแห้งและเปลี่ยนเป็นสีเหลือง ผู้คนก็ไม่ค่อยมี แต่แทนที่จะรู้สึกอ้างว้าง กลับรู้สึกสงบและเป็นส่วนตัวมากกว่า



ที่มุลยองอารีโอรึมจะมีกำแพงหินสำหรับกั้นเขตฟาร์มปศุสัตว์ที่เรียกว่า "ชัซซอง (Jatseong)" อยู่ด้วย ทางเดินเลียบกำแพงหินชัซซองนี้มีทางขนานกันสองเส้นให้เราเลือกเดินได้ ว่าแต่ชื่อชัซซองเนี่ย พอพูดคำว่า ชัซซอง ชัซซอง... ซ้ำๆ ไปเรื่อยๆ สำเนียงมันเริ่มเพี้ยนจนฟังดูทะแม่งๆ ชวนให้เขินอยู่เหมือนกันนะ (พ้องเสียงกับคำด่าในภาษาเกาหลี)




ไม่รู้ว่าเป็นเพราะต้องพักฟื้นหลังจากต้อนรับคนจำนวนมากในฤดูร้อน หรือเพราะทางมันแย่ลงในฤดูใบไม้ร่วง ทางเดินบันไดที่มุ่งหน้าไปยังพื้นที่ชุ่มน้ำถึงได้ถูกปิดไว้ เลยต้องเดินอ้อมไปทางเส้นทางรอบนอก (Dulle-gil) แล้วค่อยเดินขึ้นตามแนวสันเขาแทน ซึ่งทางนี้ก็ค่อนข้างดีเลยทีเดียว ช่วงที่ต้องปีนชันๆ มีน้อย และถึงจะต้องเดินไกลขึ้นหน่อย แต่ก็ทำให้มีเวลาค่อยๆ ชมวิวรอบตัว แถมยังมีช่วงที่ได้เดินอยู่คนเดียวเยอะ เลยเดินตามจังหวะของตัวเองได้สบายๆ
ข้างๆ เส้นทางรอบนอกก็มีทางเดินชัซซองที่ชื่อออกเสียงแปลกๆ นั่นอยู่ด้วย การได้เดินมองกำแพงหินที่ทอดยาวไปเรื่อยๆ ก็เพลินดีเหมือนกัน ว่าแต่เขาบอกว่าเป็นกำแพงหินที่สร้างไว้กันไม่ให้ม้าข้ามไปได้ แต่คิดว่าถ้าม้ามันคึกกระโดดเหยาะๆ ก็น่าจะข้ามไปได้อย่างไม่มีปัญหาเลยนะ








เดินตามเส้นทางรอบนอกมาเรื่อยๆ ก็มาเจอทางเดินบันไดที่มุ่งหน้าไปพื้นที่ชุ่มน้ำ ทางเดินรอบนอกเขาทำไว้ดีมากจนเดินสบาย พอรู้ว่าต่อจากนี้ต้องมาเดินขึ้นบันไดเหนื่อยๆ ก็เผลอถอนหายใจออกมาเลย แต่ยังไงก็ต้องไปดูพื้นที่ชุ่มน้ำให้ได้ เลยต้องกลั้นใจเริ่มปีนขึ้นไป
เห็นบล็อกอื่นๆ เขียนไว้ว่าปีนยากกว่าที่คิด โห... พอมาปีนจริงๆ ถึงกับต้องหยุดพักหายใจเป็นระยะๆ เลยล่ะ จะบอกว่ายากมากก็คงไม่ใช่ แต่ก็เล่นเอาหอบอยู่เหมือนกัน ความยากก็ประมาณที่เด็กผู้หญิงวัยสัก 10 ขวบจ้องเขม็งไปที่หลังหัวพ่อแล้วบ่นว่า "พ่อ... เรากลับกันเถอะ เหนื่อยแล้วอะ" นั่นแหละ




หลังจากตั้งหน้าตั้งตาปีนจนเริ่มรู้สึกร้อน ในที่สุดก็ถึงพื้นที่ชุ่มน้ำ แต่เดี๋ยวนะ ไม่มีอะไรเลย! มีแต่ทุ่งต้นอ้อที่เหี่ยวเฉา น้ำก็แห้งขอด ดูว่างเปล่าไปหมด กลุ่มอื่นๆ ที่ปีนขึ้นมาถึง ประโยคแรกที่ทุกคนพูดเหมือนกันเป๊ะคือ "นี่มันอะไรเนี่ย!!" นึกว่าพื้นที่ชุ่มน้ำจะยังชุ่มฉ่ำอยู่ในฤดูใบไม้ร่วงซะอีก ที่แท้พื้นที่ชุ่มน้ำก็ขอพักผ่อนในฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาวเหมือนกันสินะ






ถ้าจะมาเริ่มปีนโอรึม แนะนำให้ค้นหาคำว่า 'ลานจอดรถมุลยองอารีโอรึม (Mulyeongari Oreum Parking Lot)' แทนที่จะค้นหาแค่ชื่อโอรึมเฉยๆ จะดีกว่า พอลงรถที่ลานจอดรถก็แวะเข้าห้องน้ำได้ แถมจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดก็อยู่ที่ลานจอดรถ ค้นหาลานจอดรถใน GPS เลยจะสะดวกที่สุด ใช้เวลาเดินประมาณชั่วโมงครึ่ง แต่คิดว่าเผื่อเวลาไว้สักสองชั่วโมงตอนวางแผนเที่ยวน่าจะดีกว่า ถ้าใครรู้สึกว่าตัวเองเดินไม่เก่ง! หรือเกลียดการเดินสุดๆ! ก็เผื่อเวลาไว้สักสามชั่วโมง แล้วค่อยๆ เดินเพลิดเพลินไปกับเส้นทางในป่าชิลๆ น่าจะเวิร์กกว่า