ร้านปูหิมะ Terrace J คังนึง: คุ้มค่าทั้งรสชาติและวิว
พอมีรถไฟ KTX ไปถึงเมืองคังนึง (Gangneung) ฉันเลยชวนแม่ว่า 'ไปเที่ยวคังนึงกันไหม?' พอไปถึงปุ๊บ สิ่งแรกที่ทำหลังจากเช่ารถก็คือการหาร้านอาหาร ร้อยวันพันปีแม่ไม่ค่อยจะหาร้านเอง แต่วันนี้แม่เสิร์ชเจอร้าน 'Terrace J' (เทอร์เรซ เจ) ซึ่งเป็นร้านที่ฉันจะมารีวิวในวันนี้ค่ะ ตอนที่แอบไปดูรีวิวบล็อกอื่นมา เห็นว่าราคาแอบสูงกว่าร้านทั่วไปอยู่เหมือนกัน แถมบ้านเราก็กินน้อย เลยแอบกังวลว่าจะกินกันคุ้มไหม แต่ก็ไม่มีตัวเลือกอื่นแล้ว เลยคิดว่า 'เอาวะ ลองดู!' แล้วก็ขับรถเช่าตรงดิ่งไปเลย
กว่าจะมาถึงร้านก็ปาไปบ่ายสองครึ่ง กลายเป็นมื้อเที่ยงที่เลทมากเพราะมัวแต่รอเวลารถไฟ อาจจะเพราะเป็นช่วงโลว์ซีซั่นเลยไม่ต้องจองคิวล่วงหน้า (ดูเหมือนว่าตอนนี้ทางร้านจะไม่รับจองสำหรับกลุ่มที่ต่ำกว่า 10 คนแล้ว) แต่คุณลุงคนขับแท็กซี่แถวนี้บอกว่า ตั้งแต่มี KTX คนก็มาเที่ยวคังนึงเยอะขึ้นตั้งสามเท่า ดังนั้นถึงจะเป็นช่วงโลว์ซีซั่นก็อาจจะต้องรอคิวก็ได้นะคะ ข้อควรระวังคือร้านนี้มีช่วงพักเบรก (Break time) เหมือนร้านในโซลเลย แนะนำให้เช็กเวลาแล้วเลี่ยงช่วงนั้นจะดีกว่าค่ะ












ไม่แน่ใจว่าพนักงานที่นี่เป็นครอบครัวเดียวกันจริงๆ หรือแค่เรียกกันว่า 'แม่, พ่อ' เฉยๆ แต่สัมผัสได้ถึงความสนิทสนมกลมเกลียวกันของคนที่ทำงานที่นี่ เดาว่าน่าจะเป็นร้านที่บริหารกันเองในครอบครัวค่ะ จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ร้านอาหารครอบครัวส่วนใหญ่มักจะใช้ตึกเก่าๆ หรือไม่ค่อยใส่ใจเรื่องการตกแต่งภายในเท่าไหร่ แต่ร้านนี้พิเศษกว่าที่อื่นจริงๆ
อย่างแรกเลยคือ เว็บไซต์ของร้านดูหรูหราเหมือนลงทุนทำมาอย่างดี ตอนแรกที่เห็นแค่ในเว็บ ฉันนึกว่าเป็นร้านอาหารระดับโรงแรมด้วยซ้ำ พอเก็บความสงสัยไว้แล้วมาถึงที่ร้าน ก็พบว่าตัวอาคารสวยงามเหมือนจ้างสถาปนิกมาออกแบบเลย ตั้งแต่ทางเข้าที่ต้องเดินข้ามบ่อน้ำจำลองเล็กๆ อ่างล้างหน้าในห้องน้ำที่ดีไซน์ไม่ธรรมดา ไปจนถึงบันไดวนที่เดินขึ้นมาแล้วเจอตัวร้าน ที่นี่ไม่ใช่แค่ร้านอาหารตามแหล่งท่องเที่ยวที่ขายแค่วิวสวยๆ เท่านั้น ตั้งแต่ไปกินร้านอาหารครอบครัวมา ฉันเพิ่งเคยเจอร้านที่ตกแต่งภายในได้คุณภาพสูงขนาดนี้เป็นครั้งแรกเลยค่ะ

















เรานั่งโต๊ะริมหน้าต่างที่มองเห็นวิวทะเลชัดเจน และสั่งเซ็ตปูหิมะไปค่ะ ปูในประเทศน้ำหนักจะเบากว่าเลยราคาถูกกว่านิดหน่อย ส่วนปูรัสเซียเนื้อจะแน่นกว่าเลยแพงกว่า (ราคาต่อกิโลกรัมเท่ากัน แต่ปูรัสเซียตัวหนักกว่าเลยแพงกว่าค่ะ) ขนาดเราสั่งปูในประเทศ บิลยังออกมาตั้ง 180,000 KRW (สำหรับคอร์สอาหาร) ซึ่งเป็นราคาที่แอบแรงสำหรับ 2 คน แต่พอกินเสร็จก็รู้สึกว่า 'อืม ราคานี้ก็สมเหตุสมผลนะ' ตอนแรกกะจะจัดให้เป็น 'ร้านที่ราคาแรงจนไม่กล้าแนะนำ' แต่คิดไปคิดมา วัตถุดิบอย่างปูหิมะมันก็ราคาเริ่มต้นสูงอยู่แล้ว ไปกินร้านอื่นราคาก็น่าจะพอๆ กัน ไหนๆ จะต้องจ่ายเงินก้อนโตเพื่อกินปูหิมะทั้งที แนะนำให้มาร้านที่ทำอาหารอร่อยๆ แบบร้านนี้ไปเลยน่าจะดีกว่าค่ะ (ถ้าสั่งแค่ปูหิมะอย่างเดียว จะอยู่ที่กิโลกรัมละ 100,000 KRW ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์ นะคะ)
น่าจะเพิ่งรีโนเวทมาได้ไม่นาน ร้านเล็กๆ แบบนี้ยังพยายามใช้กลยุทธ์สร้างแบรนด์เลย สุดยอดจริงๆ ค่ะ