รีวิว Yongi Sikdang จุงมุน: หมูผัดซอสเชจูรสกลมกล่อม
จู่ๆ คนรู้จักก็ชวนไปเที่ยวเกาะเชจู (Jeju) พอรู้ว่าเขากำลังมีเรื่องไม่สบายใจ ผมก็เลยรีบเก็บกระเป๋าออกเดินทางทันทีที่เขาชวน

หลังจากใช้เวลาวันแรกที่ฮัมด็อก (Hamdeok) วันที่สองเราก็เดินทางไปย่านจุงมุน (Jungmun) ไปถึงก็เป็นเวลาอาหารกลางวันพอดี แต่ที่เชจูร้านค้าส่วนใหญ่มักจะปิดวันอาทิตย์ ร้านแรกที่เราตั้งใจจะไปก็ปิด มองไปรอบๆ ร้านอาหารส่วนใหญ่ก็ปิดหมด ตอนที่กำลังคิดว่าจะต้องขับรถออกไปไกลกว่านี้ไหม โชคดีที่รู้มาว่าร้าน Yongi Sikdang สาขาจุงมุน ซึ่งดังเรื่องเมนูทูรูชีกี (Duruchigi - หมูผัดซอสเผ็ด) ในซอกวีโพ (Seogwipo) ยังเปิดอยู่ เราเลยรีบมุ่งหน้าไปที่นั่น
พี่ที่ไปด้วยกันบอกว่าร้านสาขาหลักที่ซอกวีโพนั้นดังมากๆ พอรู้ว่าเป็นสาขาของร้านดังก็เริ่มคาดหวังขึ้นมาเลยครับ


พอเดินเข้าไปในร้านและลงทะเบียนโควิดเสร็จ พนักงานก็พาไปที่โต๊ะและเริ่มเตรียมอาหารให้ทันทีโดยไม่ต้องถามอะไรเลย เพราะที่นี่มีเมนูเดียวคือทูรูชีกี และจะเสิร์ฟตามจำนวนคน แค่นับจำนวนคนก็เท่ากับสั่งอาหารเรียบร้อยแล้ว การตกแต่งร้านไม่มีอะไรพิเศษ มีแค่โซนบริการตัวเองสำหรับตักเครื่องเคียงเท่านั้น เมนูเดียวกับร้านเรียบง่ายแบบนี้ ยิ่งทำให้รู้สึกว่ามันต้องอร่อยแน่ๆ

กระทะใส่เนื้อหมูถูกยกมาเสิร์ฟพร้อมกับผักสำหรับผัด พนักงานจะทำให้หมดทุกอย่าง เราเลยไม่ต้องกังวลว่าจะต้องใส่ผักตอนไหน ถ้าเป็นที่โซล (Seoul) มักจะผัดมาให้สุกระดับหนึ่งแล้วเพื่อประหยัดเวลา แต่ที่เชจูเราจะได้เห็นขั้นตอนการทำตั้งแต่ต้น แม้จะใช้เวลาปรุงนานกว่า แต่ก็มีข้อดีคือทำให้เรามีเวลาพูดคุยกันมากขึ้น
ผมลองชิมซุปเย็นที่เสิร์ฟมาคู่กัน รสชาติเป็นเอกลักษณ์มากครับ ความสดชื่นยังเหมือนเดิม แต่มีการผสมทเวนจัง (Doenjang - เต้าเจี้ยวเกาหลี) ลงไป ทำให้ได้กลิ่นหอมของเต้าเจี้ยวที่ปลายลิ้น พนักงานที่กำลังผัดหมูบอกว่าที่เชจูมักจะใส่ทเวนจังในซุปเย็นแบบนี้ ทูรูชีกีก็ใส่ทเวนจัง ซุปเย็นก็ยังใส่อีก มาเชจูทีไรผมกินแต่ปลาดิบเลยไม่ค่อยรู้ แต่ดูเหมือนว่าอาหารเชจูจะมีเอกลักษณ์ท้องถิ่นคือการใช้ทเวนจังเป็นส่วนประกอบหลัก



พอทูรูชีกีผัดเสร็จผมก็ลองชิมดู ทูรูชีกีเบสทเวนจังแทนที่จะเป็นโคชูจัง (Gochujang - ซอสพริกเกาหลี) น่าตื่นเต้นดีครับ ทเวนจังของร้านนี้ไม่ได้รสจัดเหมือนที่โซล แต่มีรสชาติและกลิ่นที่นุ่มนวลกว่า สีก็ดูอ่อนกว่า กินแล้วไม่รู้สึกเลี่ยนเลย พอลองคีบเข้าปาก รสชาติของทเวนจังที่ค่อยๆ แผ่ซ่านเข้ากันได้ดีกับเนื้อหมูเด้งๆ และถั่วงอกกรอบๆ ถ้าเป็นรสจัดจ้านคงนึกถึงโซจู แต่รสชาติโดยรวมนุ่มนวลเหมือนเดินบนทางดิน แถมยังใส่ผักเยอะ เลยทำให้นึกถึงมักกอลลี (Makgeolli - สาโทเกาหลี) หรือเบียร์มากกว่า รสชาตินี้เด็กๆ ก็กินได้ง่าย เหมาะกับการมาทานเป็นครอบครัวมากๆ ครับ



พวกเรากินข้าวกับเนื้อหมูห่อด้วยผักกาดหอม แต่พอมองไปที่โต๊ะข้างๆ เห็นเขาเอาข้าวลงไปผัดตอนท้ายทำเป็นข้าวผัด ดูทรงแล้วน่าจะเป็นคนพื้นที่ แอบเสียดายที่ถ้าเห็นเร็วกว่านี้พวกเราก็คงทำแบบนั้นบ้าง
นอกจากจะอร่อยแล้ว ปริมาณยังให้เยอะมาก แถมราคาแค่ 8,000 KRW เท่านั้น ได้ยินมาว่าค่าครองชีพย่านจุงมุนค่อนข้างแพง แต่ร้านนี้ถือว่าถูกมาก ถ้าเป็นที่โซลคงอย่างน้อย 12,000 KRW แต่ที่นี่แค่ 8,000 KRW ต่อให้มากันครอบครัว 4 คน ทั้งรสชาติ ปริมาณ และราคาก็ไม่ทำให้รู้สึกเสียดายเงินเลย สาขานี้ทำได้น่าประทับใจมากจนไม่รู้สึกเลยว่าสาขาหลักจะดีกว่านี้ได้ยังไง