11 Coffee คาเฟ่สุดชิลในเมืองเก่าฮอยอัน
บรรยากาศยามเช้าส่วนใหญ่มักจะคึกคักอยู่แล้ว แต่ยามเช้าในเมืองท่องเที่ยวนั้นมีชีวิตชีวายิ่งกว่า มันเป็นช่วงเวลาสำคัญที่เหล่านักท่องเที่ยวซึ่งตั้งใจมาเดินชมเมือง กับบรรดาพ่อค้าแม่ค้าที่พยายามรั้งนักท่องเที่ยวไว้เพื่อขายของ ต่างก็เริ่มวอร์มอัพกัน เราเองก็ตัดสินใจดื่มกาแฟเพื่อวอร์มอัพก่อนจะไปเดินเล่นรอบฮอยอันแบบจริงจัง เหมือนกับการพรมน้ำใส่ตัวก่อนลงสระน้ำเย็นๆ เราเลือกที่จะดื่มกาแฟก่อนจะดำดิ่งไปกับมนต์เสน่ห์ของฮอยอัน
พอเดินออกจากโรงแรมก็เป็นไปตามคาด บรรดาหน้าม้าจากร้านกาแฟและร้านอาหารต่างพากันส่งเสียงเรียกลูกค้า คำว่า 'นวด กาแฟ บั๋นหมี่' ดังเข้าหูเราไม่ขาดสาย แต่สิ่งที่เราตามหาคือร้านกาแฟที่มั่นใจในตัวเองจนไม่ต้องมาคอยเรียกลูกค้าต่างหาก การวอร์มอัพของเมืองท่องเที่ยวที่เหมือนการแย็บเบาๆ เพื่อเตรียมปล่อยหมัดฮุกได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว





เราเดินเลียบแม่น้ำไปเรื่อยๆ พลางชำเลืองมองร้านนู้นร้านนี้ว่าร้านไหนดี จนมาหยุดอยู่หน้า 11 Coffee (11 Cà phê) แล้วก็มั่นใจเลยว่าต้องเป็นร้านนี้แหละ หน้าร้านไม่มีใครมายืนเรียกลูกค้า ราวกับจะบอกว่าใครอยากเดินผ่านก็ผ่านไปเงียบๆ ได้เลย ส่วนในร้านก็มีคนเวียดนามกำลังนั่งพิมพ์แล็ปท็อปจดจ่ออยู่กับอะไรสักอย่าง บาริสต้าที่ดูค่อนข้างเด็กกำลังชงกาแฟด้วยใบหน้าเรียบเฉยไร้รอยยิ้มเหมือนคนรัสเซีย ราวกับจะบอกว่า 'ถ้าไม่มีความชิค กาแฟก็จะไม่มีรสชาติ' น้องหมาโกลเด้นรีทรีฟเวอร์ซึ่งเป็นมาสคอตของร้านก็นอนหมอบหลับสนิทอยู่บนพื้น ชนิดที่ว่าใครอุ้มไปก็คงไม่รู้ตัว ช่วยเติมเต็มบรรยากาศอันเป็นเอกลักษณ์ของ 11 Coffee ได้อย่างสมบูรณ์แบบ






ระหว่างทริปนี้เราแวะมาที่ 11 Coffee ถึงสองครั้ง วันแรกผมดื่มเอสเพรสโซ่เพื่อเรียกความสดชื่น ส่วนวันที่สองไหนๆ ก็มาเวียดนามแล้ว การดื่มกาแฟเวียดนามก็คงจะเป็นมารยาทที่ดี (เป็นมารยาทที่ผมตั้งขึ้นมาเองครับ) ผมเลยสั่งกาแฟดำเวียดนาม (Cafe Den) แบบเย็น ถ้าใครเคยอ่านโพสต์อื่นๆ ของผมคงจะรู้ว่าในชีวิตผมแบ่งกาแฟออกเป็นสองประเภท คือ กาแฟขม กับ กาแฟเปรี้ยว และร้านนี้คือแบบขมครับ ไม่รู้ว่ากาแฟเวียดนามเป็นแบบนี้ทั้งหมดหรือเปล่า แต่รสขมที่เข้มข้นนี้เหมาะกับการค่อยๆ จิบละเลียดรสชาติมาก จุดเด่นที่แปลกตาคือถ้าสั่งกาแฟเย็น เขาจะเสิร์ฟน้ำแข็งกับกาแฟแยกกันมาให้ ซึ่งผมว่าเป็นไอเดียที่เจ๋งมาก ไม่ต้องกลัวว่ากาแฟจะจืดจางลงเลย แค่เทกาแฟลงในน้ำแข็งในปริมาณที่พอเหมาะ รอให้เย็นแล้วค่อยจิบ หรือจะทำสลับกันโดยหย่อนน้ำแข็งลงไปในแก้วกาแฟเพื่อปรับอุณหภูมิก็ได้ ผมรู้สึกทึ่งมากและแอบคิดว่าทำไมที่เกาหลีหรือที่อื่นๆ ถึงไม่ทำแบบนี้บ้าง แต่พอคิดไปคิดมาก็พบข้อเสียที่ยิ่งใหญ่มาก นั่นก็คือภาระการล้างจานจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่านั่นเอง ถึงจะต้องล้างแก้วเพิ่มเป็นสองเท่า แต่การเสิร์ฟแยกแบบนี้มันก็ดีไม่ใช่เหรอครับ? สหภาพแรงงานพาร์ทไทม์ทั่วประเทศจะว่ายังไงบ้างนะ...



