slothis · ไทย

3-dae Samgyejangin ร้านไก่ตุ๋นโสมและไก่ผัดเผ็ดที่ซอโช

2020-11-09 · อัปเดต: 2026-08-11 · ต้นฉบับ (ภาษาเกาหลี)

บทความนี้แปลจากต้นฉบับภาษาเกาหลีโดยใช้ AI ช่วย อ่านต้นฉบับภาษาเกาหลี →

กะว่าจะเก็บร้านนี้ไว้รีวิวช่วงวันบกนัล (วันกินไก่ตุ๋นโสมของเกาหลี) แต่ก็ลืมไปซะสนิท เลยเพิ่งได้มาเขียนเอาตอนเดือนพฤศจิกายนแทน แถวสถานี Gyodae และ Seocho (ในโซล) มีร้านไก่ตุ๋นโสมอยู่สองสามร้าน แต่ร้านที่เรียกได้ว่าอร่อยจริงๆ มีแค่ประมาณสองร้านเท่านั้น หนึ่งในนั้นคือร้าน 3-dae Samgyejangin (3rd Generation Samgye Master) ที่ผมจะมาเล่าให้ฟังในวันนี้ครับ

ส่วนตัวผมอยากจะเน้นไปที่เมนูทักบกกึมทัง (ไก่ผัดเผ็ด) แบบซูวีมากกว่าไก่ตุ๋นโสม เลยขอพูดถึงเมนูนี้ก่อนเลยแล้วกัน

ป้ายหน้าร้านอาหารที่เขียนว่า 3대 삼계장인 (ร้านซัมกเยทัง) พร้อมโลโก้ตัวอักษรจีน
บริเวณหน้าร้าน 3대 삼계장인 ที่เปิดไฟสว่างในตอนค่ำที่มืดมิด
เมนูกระดาษที่ระบุราคาและวิธีกินซัมกเยทัง (ซุปไก่ตุ๋นโสม) และทักบกกึมทัง (ไก่ตุ๋นเผ็ดเกาหลี)
เครื่องเคียงหลายชนิด เช่น กักดูกี (กิมจิหัวไชเท้า) กิมจิ ยำกุยช่าย พริก และซัมจัง (น้ำจิ้มเกาหลี) จัดวางอยู่บนโต๊ะ
ซอสสีเข้มและกระเทียมสับในชามสแตนเลสใบเล็ก

วิธีการทำอาหารแบบซูวี (sous vide) จู่ๆ ก็ฮิตขึ้นมาในโซล จนถึงขั้นที่เครื่องทำซูวีขายดิบขายดี ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทางร้านทำตามเทรนด์หรือทำมานานแล้ว แต่ที่ร้าน Samgyejangin มีเมนูทักบกกึมทังแบบซูวี ซึ่งเป็นเมนูที่ไม่เคยได้ยินหรือเห็นที่ไหนมาก่อนเลย

เขาจะเอาส่วนอกไก่ไปทำซูวีจนเนื้อชุ่มฉ่ำมากๆ แล้วค่อยเอามา "วางโปะ" ไว้บนทักบกกึมทังที่ต้มเตรียมไว้แล้ว เนื่องจากวิธีซูวีทำให้เนื้อกักเก็บความชุ่มชื้นไว้ได้เยอะ การเอาลงไปต้มในซุปนานๆ จึงเป็นการทำลายของแพงเปล่าๆ วิธีกินคือไม่ต้องคน แค่ปล่อยให้เดือดเบาๆ แล้วตักน้ำซุปกับผักใส่จานตัวเอง จากนั้นคีบเนื้อไก่มาจิ้มกิน จะจิ้มกับซอสก็ดี แต่แค่จิ้มกับน้ำซุปทักบกกึมทังก็อร่อยมากแล้วครับ ดูจากสีอาจจะคิดว่าเผ็ดจัด แต่จริงๆ ไม่ค่อยเผ็ดเท่าไหร่ ออกไปทางหวานนิดๆ ด้วยซ้ำ ยิ่งกินคู่กับโซจู ไก่ทั้งตัวก็หายวับไปในพริบตา เพราะงั้นต้องค่อยๆ ละเลียดกินนะครับ

ทักบกกึมทังที่มีเนื้อไก่ เห็ด และผักในน้ำซุปสีแดงกำลังเดือดอยู่ในหม้อ
หม้อทักบกกึมทังกำลังเดือดอยู่บนเตาแก๊สปิกนิก

เมนูทักบกกึมทังแบบซูวีอาจจะกินเป็นมื้อเที่ยงยากสักหน่อย เพราะพนักงานออฟฟิศส่วนใหญ่มีเวลาพักแค่ 1 ชั่วโมง ซึ่งเมนูนี้ใช้เวลาทำนานและใช้เวลากินนานด้วย แนะนำให้มากินชิลๆ ตอนมื้อเย็น แล้วตบท้ายด้วยบกกึมบับ (ข้าวผัด) จะเป็นการจบวันที่เพอร์เฟกต์ที่สุดเลยครับ (แน่นอนว่ากินเสร็จก็คงไปต่อร้านที่สองกันอยู่ดี)

ข้าวผัดที่นำข้าว กุยช่าย และเครื่องปรุงมาผัดรวมกันในหม้อใบกว้าง

แต่จริงๆ แล้ว เมนูหลักของร้านนี้คือซัมกเยทัง (ไก่ตุ๋นโสม) ครับ ร้าน Bullo-jib ที่อยู่ใกล้ๆ เป็นรุ่นที่ 2 ส่วนร้านนี้เป็นรุ่นที่ 3 เรียกได้ว่าเป็นครอบครัวที่เชี่ยวชาญเรื่องอาหารบำรุงสุขภาพจริงๆ

ส่วนตัวผมไม่ชอบถั่วสนกับจิงจูฉ่าย เลยมักจะสั่งนกดูซัมกเยทัง (ไก่ตุ๋นโสมใส่ถั่วเขียว) มากินเสมอ เป็นร้านที่อยากแวะมากินบ่อยๆ แม้จะไม่ใช่วันบกนัลก็ตาม แต่พูดก็พูดเถอะ ราคาค่อนข้างแรง ผมเลยได้มากินแค่ปีละสามครั้งเอง (แถมยังเป็นตอนที่มีแขกมาหาด้วยนะ) ไก่ตุ๋นโสมถั่วเขียวอาจจะฟังดูฝืดคอเพราะใส่ถั่วเขียว แต่จริงๆ ไม่ฝืดคอเลยครับ กินคู่กับเนื้อไก่แล้วล้างปากด้วยกิมจิ แป๊บเดียวก็ซัดหมดชามได้อย่างง่ายดาย ถึงจะไม่ใช่ไก่ตุ๋นโสมแบบต้นตำรับจ๋า แต่ผมว่ามันคุ้มค่าที่จะมากินที่นี่สักวันในช่วงเทศกาลบกนัลทั้ง 3 วันครับ

ซัมกเยทังน้ำซุปสีขาวขุ่นในหม้อดินเผาสีดำ โรยหน้าด้วยต้นหอมและพริกไทย