รีวิว Craft by Smoke and Fire ร้านบาร์บีคิวในอนาไฮม์ แคลิฟอร์เนีย
ทันทีที่เดินชม The Getty (พิพิธภัณฑ์ศิลปะใน LA) เสร็จ เราก็ขึ้นรถมุ่งหน้าไปซานดิเอโก (San Diego) ทันที การเดินทางใช้เวลาถึง 3 ชั่วโมง เราเลยต้องรีบทำเวลา แต่เพราะต้องให้เด็กๆ ทานข้าว เลยตัดสินใจแวะกินมื้อค่ำที่อนาไฮม์ (Anaheim) ระหว่างทาง ความจริงเราตั้งใจจะกินกันตั้งแต่ใน LA แล้ว แต่คู่สามีภรรยาเพื่อนผมมัวแต่หาร้านใน Google อยู่นานกว่าครึ่งชั่วโมงเพราะอยากได้ร้านที่คะแนนรีวิวสูงๆ จนสุดท้ายก็ขับมาถึงอนาไฮม์ซะงั้น ถ้าเป็นที่เกาหลีคงโดนบ่นหูชาไปแล้ว แต่พอมาอยู่อเมริกา ผมก็เลยรอชิลๆ สไตล์อเมริกันไป
ร้านที่ใช้เวลาหาถึง 30 นาทีนี้มีชื่อว่า 'Craft by Smoke and Fire' เป็นร้านอาหารที่เน้นเมนูบาร์บีคิวโดยเฉพาะ แถมวันนี้ยังเป็นวันสุดท้ายของปี 2023 ร้านส่วนใหญ่เลยปิดกันหมด เราก็เลยไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากมาร้านนี้
ที่นี่จอดรถฟรี 1 ชั่วโมงครึ่ง ทางร้านไม่ได้มีลานจอดรถส่วนตัว แต่จะเป็นการจอดริมถนนหน้าร้าน เมืองในอเมริกาส่วนใหญ่มักจะให้จอดรถริมถนนมากกว่ามีลานจอดรถแยกต่างหาก ซึ่งเราต้องคอยเช็กป้ายให้ดีว่าจอดฟรีหรือเสียเงิน และราคาเท่าไหร่




อาจจะเพราะเป็นช่วงสิ้นปี คนเลยแน่นร้านไปหมด แต่บรรยากาศก็ดูสบายๆ ชิลๆ ร้านนี้เป็นสปอร์ตผับ ทีวีเลยเปิดแข่งอเมริกันฟุตบอล NFL ทิ้งไว้ตลอด แต่แทบไม่มีใครดูเลยเพราะมัวแต่คุยกัน สงสัยคนอเมริกันจะคุยเก่ง บรรยากาศในร้านอาหารเลยเสียงดังกว่าที่เกาหลีอย่างเห็นได้ชัด เสียงคุยหึ่งๆ ดังสะท้อนไปทั่วร้านเลย
เพื่อนผมเป็นคนสั่งอาหาร ผมเลยไม่แน่ใจว่าสั่งอะไรไปบ้าง แต่ที่เห็นก็มีทาโก้ แพลตเตอร์ บรอกโคลี แล้วก็เครื่องดื่ม ราคาค่อนข้างแพงเอาเรื่อง ผมเลยบอกไปว่ากินรามยอนก็ได้นะ แต่คงเพราะเป็นช่วงสิ้นปีแถมมีแขกมาเยือน พวกเขาเลยยอมจ่ายหนักหน่อย
รสชาติไม่ต่างจากร้านบาร์บีคิวแถวอิแทวอน (ย่านในโซล) เท่าไหร่ เนื้อละลายในปากเลย ไม่รู้ว่าเพราะตุ๋นเนื้อนานกว่าหรือตัวเนื้อนุ่มอยู่แล้ว ส่วนทาโก้ก็ใช้แป้งนุ่มๆ ไม่เหมือนที่เกาหลีที่มักจะใช้แผ่นนาโช่แข็งๆ ผมเรียกแป้งแบบนี้ว่านาน (Naan) ตามแบบอินเดีย แต่ของเม็กซิกันน่าจะมีชื่อเรียกเฉพาะ ซึ่งผมก็ไม่รู้เหมือนกัน ร้านไม่ได้ดูหรูหราอะไร แต่ด้วยราคาที่ค่อนข้างสูง รสชาติก็เลยออกมาดีทีเดียว ถือว่าอร่อยพอที่จะกลับมากินซ้ำได้ ถ้าใครมาเที่ยวสวนสนุกดิสนีย์แลนด์ที่อนาไฮม์ก็แวะมาลองกันได้ครับ แต่ผมก็ไม่กล้าแนะนำเต็มปากเพราะยังไม่เคยไปลองร้านอื่นแถวนี้เลย มื้อนี้เราให้ทิปไปประมาณ 18%
สิ่งที่น่าสนใจคือพอเห็นว่ามีเด็กมาด้วยสองคน ทางร้านก็เอาดินสอสีกับกระดาษมาให้วาดรูประหว่างรอ แถมยังมีเมนูสำหรับเด็กแยกต่างหากด้วย ร้านอาหารในอเมริกาส่วนใหญ่ก็ทำแบบนี้กันหมด เห็นกี่ทีก็รู้สึกประทับใจ




กินข้าวเสร็จก็ขึ้นรถมุ่งหน้าไปซานดิเอโกต่อ แต่ผมเริ่มมีอาการเจ็ตแล็ก (jet lag) เพราะยังปรับตัวกับเวลาไม่ได้ ตอนแรกกะจะนั่งเบาะหน้าแล้วชวนคุยสักหน่อย แต่กลายเป็นว่าสลบเหมือดไปเลย เขาว่ากันว่าบินไปทางตะวันออกจะปรับตัวยากกว่า ตอนไปยุโรปผมไม่เป็นอะไรเลยนะ แต่พอมาอเมริกา แค่เริ่มทริปก็เบลอเพราะความต่างของเวลาซะแล้ว
