Eulmildae ร้านพย็องยังแน็งมย็อน 50 ปีในโซล
เมื่อวานตอนดูรายการ 'Naengmyeon Rhapsody' ของแพคจงวอน (Baek Jong-won) ทาง Wavve ฉันกลืนน้ำลายดังเอื๊อกๆ กว่าจะข่มตานอนหลับได้ก็ลำบากเลย พอตื่นปุ๊บก็เลยทักหาเพื่อนว่ามื้อเที่ยงนี้ไปกินแน็งมย็อน (บะหมี่เย็นเกาหลี) กับโซจูกันไหม แล้วเราก็มุ่งหน้าไปที่สถานี Gongdeok เพื่อกินมื้อเที่ยงตอนบ่ายคล้อย ร้านพย็องยังแน็งมย็อนที่ประสบความสำเร็จร้านอื่นๆ ในโซลมักจะอยู่ติดถนนใหญ่ แต่ร้าน Eulmildae (อึลมิลแด) ที่เปิดมาตั้งแต่ปี 1971 นั้นอยู่ไกลจากสถานีและซ่อนตัวอยู่ลึกเข้าไปในตรอก นึกว่ามากินตอนบ่ายๆ แล้วจะไม่มีคน แต่ก็ยังมีคิวรออยู่ข้างหน้าถึงสามคิว สมกับเป็นร้านเก่าแก่ที่มีประวัติศาสตร์และโด่งดังจนมีสารคดีมาถ่ายทำจริงๆ







ในรายการ 'Naengmyeon Rhapsody' แพคจงวอนอธิบายว่าการกินแน็งมย็อนมีธรรมเนียมที่เรียกว่า 'ซ็อนจูฮูมย็อน' (ดื่มก่อน เส้นทีหลัง) คือการดื่มเหล้าจัดหนักก่อนแล้วค่อยกินแน็งมย็อนเพื่อแก้แฮงค์ นี่ไม่ใช่คำที่เพิ่งเกิดใหม่นะ แต่มีมาตั้งแต่สมัยโชซ็อนที่คนมักจะกินเป็นมื้อดึกระหว่างทางกลับบ้านหลังจากดื่มอย่างหนักที่หอกีแซง ได้ยินแบบนี้แล้วจะไม่ลองสัมผัสวัฒนธรรมดั้งเดิมนี้ได้ยังไง เราก็เลยสั่งซูยุก (เนื้อต้มสไลด์) มาหนึ่งจานและแบ่งโซจูกันดื่มก่อนกินแน็งมย็อน
การได้กินซูยุกสไลด์บางๆ จิ้มซอสกินคู่กับยำต้นหอมรสเปรี้ยว พร้อมกับจิบโซจูตั้งแต่กลางวันแสกๆ มันให้ความรู้สึกอิสระสุดๆ ถึงจะมากันแค่สองคนกับเพื่อน แต่เราก็อ้างเหตุผลแบบข้างๆ คูๆ ว่าหลัง 6 โมงเย็นจะติดมาตรการจำกัดจำนวนคนเพราะโควิด เลยรีบมาดื่มตั้งแต่กลางวันซะเลย (เดี๋ยวจะพูดถึงทีหลัง แต่ถ้าราคาซูยุกแอบแรงไปหน่อย จะสั่งนกดูจ็อน (แพนเค้กถั่วเขียว) มากินแกล้มโซจูเบาๆ ให้พอชุ่มคอก็ดีเหมือนกันนะ)


พอเริ่มกรึ่มๆ และคอเริ่มแห้งนิดๆ ก็ได้เวลากินแน็งมย็อนแล้ว เราสั่งมุลแน็ง (บะหมี่เย็นแบบน้ำ) ไปสองชาม รอพักใหญ่กว่าจะมาเสิร์ฟ เริ่มจากชิมน้ำซุปก่อน กินไข่ต้ม แล้วก็ซู้ดเส้นตามเข้าไปหนึ่งคำ จากนั้นก็ลองกินคู่กับเนื้อที่โปะมาด้านบน เติมน้ำส้มสายชูลงไปนิดหน่อยแล้วซู้ดเส้นอีกคำ แล้วค่อยๆ เติมมัสตาร์ดกับพริกป่นตามลำดับพลางชิมรสชาติไปด้วย การปรุงรสที่ชอบที่สุดในรวดเดียวก็ดีอยู่หรอก แต่สไตล์การกินของฉันคือการได้สัมผัสหลายๆ รสชาติในอาหารจานเดียว
พอลองค้นข้อมูลเกี่ยวกับร้าน Eulmildae ดูนิดหน่อย ก็พบว่าตอนที่ผู้ก่อตั้งส่งมอบร้านให้ลูกๆ มีการฟ้องร้องขึ้นโรงขึ้นศาลกันจนร้านถูกแบ่งออกเป็นสาขา Mapo และ Gangnam ดังนั้นร้าน Eulmildae ก็เหมือนกับร้าน Hadongkwan ที่ต้องมองว่าสาขาหลักกับสาขากังนัมเป็นคนละร้านกัน นอกจากนี้ยังมีหนังสือบางเล่มเขียนวิจารณ์ว่ารสชาติสารเคมีแรงไป หรือมีดราม่าในเน็ตว่ารสชาติไม่คงที่ผีเข้าผีออก สำหรับฉัน แค่รู้ว่าน้ำซุปมันต่างไปนิดหน่อยก็พอแล้ว ส่วนเรื่องที่ว่าเขาทำน้ำซุปเนื้อยังไง ใส่ผงชูรสหรือไม่ใส่ ไว้ค่อยรู้ทีหลังก็ได้ คอมเมนต์พวกนั้นเลยไม่มีผลอะไรกับฉันเลย
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะแน็งมย็อนอร่อยหรือเพราะดื่มเหล้าเข้าไปถึงได้อร่อย แต่น้ำซุปมันสดชื่นแบบสุดๆ ไปเลย เกล็ดน้ำแข็งที่เป็นซิกเนเจอร์ของร้านนี้ก็ช่วยให้เย็นชื่นใจ ในวันที่อากาศร้อนจนเหงื่อแตกพลั่กแถมยังดื่มเหล้าเข้าไปอีก พอได้กินแล้วรู้สึกเหมือนร่างกายทุกส่วนกำลังดูดซับน้ำซุปแน็งมย็อนเข้าไปเลย



ส่วนนกดูจ็อน (แพนเค้กถั่วเขียว) พอกินเปล่าๆ รู้สึกว่าจะเลี่ยนกว่าร้านอื่นนิดหน่อย เลยคิดว่าไม่ควรกินเดี่ยวๆ แต่ควรสั่งมากินคู่กับโซจู เบียร์ หรือแน็งมย็อนจะดีกว่า


ปกติพย็องยังแน็งมย็อนก็เป็นอาหารที่คนชอบก็ชอบเลย คนเกลียดก็เกลียดเลยอยู่แล้ว และร้าน Eulmildae ก็เป็นหนึ่งในร้านที่เสียงแตกมากที่สุด มันไม่ได้มีรสชาติชัดเจนเหมือนฮัมฮึงแน็งมย็อนหรือมักกุกซู แต่เป็นพย็องยังแน็งมย็อนที่มีรสชาติอ่อนๆ ละมุนๆ มาตรฐานความ "อร่อย" ของแต่ละคนเลยต่างกันไป อย่างที่บอกในรายการ 'Naengmyeon Rhapsody' ว่ามันเป็นอาหารแปลกๆ ที่สร้างความอร่อยขึ้นมาจากความไร้รสชาติ
ถึงอย่างนั้น ถ้ามีเพื่อนมาเที่ยวโซลแล้วอยากกินอาหารที่หาชิมได้เฉพาะในโซล ฉันว่าก็ต้องเป็นพย็องยังแน็งมย็อนนี่แหละ และในบรรดาร้านทั้งหมด Eulmildae ซึ่งเป็นร้านเก่าแก่ชื่อดังที่เคยออกทีวีก็เป็นตัวเลือกที่เหมาะจะแนะนำมากๆ บรรยากาศร้านดูขลัง กินเสร็จก็ไปเที่ยวต่อที่ Hongdae ได้ง่ายๆ แต่ติดตรงที่ร้านค่อนข้างแคบ และถ้าจะมาทำ 'ซ็อนจูฮูมย็อน' (ดื่มก่อนกิน) ตอนพักเที่ยงก็อาจจะโดนสายตาคนอื่นกดดันเอาได้ เลยขอแนะนำให้มาช่วงบ่ายคล้อยจะดีกว่า