รีวิว Minami ร้านโซบะมิชลินย่านคโยแด
ถ้าลองเปิดพจนานุกรมดู คำว่า เมมิลกุกซู (Memil-guksu), โมมิล (Momil - ว่ากันว่าเป็นภาษาถิ่นฮัมกยอง) และโซบะ (Soba) ล้วนแปลว่าบะหมี่บัควีทเหมือนกันหมดครับ แต่พอไปสั่งกินที่ร้านจริงๆ หน้าตาจะต่างกันนิดหน่อย เมมิลกุกซูจะมาแนวอาหารท้องถิ่นแบบที่กินในจังหวัดคังวอนโด ส่วนโมมิลจะให้อารมณ์เหมือนกินตามร้านแฟรนไชส์หรือร้านอาหารว่างทั่วไป ในขณะที่โซบะจะมาเป็นเซ็ตอาหารสไตล์ญี่ปุ่นเลย สรุปก็คือมันเป็นบะหมี่เย็นเหมือนกันนั่นแหละครับ แต่เราจะคาดหวังหน้าตาอาหารต่างกันไปตามชื่อที่เขียนไว้บนเมนู
วันนี้ผมตั้งใจมากิน "โซบะ" โดยเฉพาะครับ พอเป็นร้านโซบะ ป้ายร้าน เมนู และการตกแต่งภายในก็เลยเป็นสไตล์ญี่ปุ่นหมด เผลอๆ อาจจะมีพนักงานตะโกนต้อนรับว่า "อิรัชไชมาเสะ~" ด้วยซ้ำ และในบรรดาร้านสไตล์นี้ ผมเลือกมาที่ 'Minami' (มินามิ) ร้านที่ติดโผมิชลินไกด์ (Michelin Guide) แบบไม่เคยพลาดเลยสักปีครับ





สมกับที่ดังครับ เพราะกฎการเข้าร้านก็แอบจุกจิกนิดนึง ช่วงมื้อเที่ยงจะไม่รับจองคิว และถ้ามากลุ่ม 4 คน ก็ต้องรอให้มาครบทั้ง 4 คนถึงจะจัดโต๊ะให้ ถ้ามาหลังเที่ยงไปนิดเดียวคือต้องรอคิว 100% แน่นอน แต่ผมเห็นไรเดอร์ Baemin (แอปเดลิเวอรี่เกาหลี) แวะมารับอาหารอยู่ แสดงว่าน่าจะมีส่งเดลิเวอรี่ด้วย ที่จอดรถพอมีบ้างแต่จอดได้แค่คันสองคันเท่านั้น หลายๆ อย่างอาจจะดูไม่ค่อยสะดวกสำหรับลูกค้า แถมเป็นร้านเล็กๆ ที่มีแค่ประมาณ 8 โต๊ะ แต่ก็นะครับ ชื่อเสียงร้านมันดังไปแล้ว ทำไงได้ล่ะ
ผมเคยได้ยินมาบ้างว่าราคามหาโหด แต่พอได้จับเมนูจริงๆ ก็แอบหวั่นใจตอนสั่งเหมือนกัน โซบะชามนึงราคาเท่ากับเนื้อย่าง 1 ที่ในร้านเนื้อย่างทั่วไปเลยครับ ถ้าใครเป็นสายเน้นความคุ้มค่าคงไม่มีทางเข้าใจ และน่าจะบ่นเรื่องราคาตั้งแต่ก่อนมารยาวยันกินเสร็จแน่นอน (ผมเห็นคนโต๊ะข้างๆ บ่นจริงๆ ด้วย)
เพื่อปลอบประโลมจิตใจที่ตกใจกับราคา ผมเลยสั่งเบียร์มาแก้วนึงก่อน (ลาออกจากงานแล้ว เขียนบอกได้แหละ 555) ผมสั่งเทนเซโรโซบะ (Tenseiro Soba - โซบะเย็นเสิร์ฟพร้อมเทมปุระ) ส่วนเพื่อนที่มาด้วยสั่งอูนิโซบะ (Uni Soba) ครับ จริงๆ อูนิโซบะเป็นเมนูซิกเนเจอร์ของร้าน แต่ผมไม่ได้ชอบอูนิ (หอยเม่น) ขนาดนั้น ก็เลยสั่งเทนเซโรแทน




เส้นโซบะของที่นี่มีเอกลักษณ์สมคำร่ำลือครับ มันไม่ใช่เส้นบัควีทสไตล์เกาหลีที่นุ่มๆ เหมือนผสมแป้งสาลีเยอะ แต่เป็นเส้นที่ให้ความรู้สึกสากนิดๆ เวลากินจะไม่ลื่นคอ แต่จะมีความสากขูดคอนิดนึงตอนกลืน ซึ่งเป็นเทกเจอร์ที่แปลกใหม่มาก ส่วนอูนิโซบะ น้ำซุปสึยุจะทำมาในรูปแบบเจลลี่ ซึ่งก็ให้สัมผัสที่แปลกไปอีกแบบ พอกินคู่กับอูนิแล้วให้ความรู้สึกเหมือนกำลังคลุกเส้นกินกับมันมือเสือขูดเลยครับ รสชาติจะออกเค็มๆ นัวๆ จากอูนิ พอกินแกล้มกับเบียร์แล้วอร่อยมาก สมแล้วที่เป็นเมนูซิกเนเจอร์ ข้อควรระวังอย่างเดียวคือช่วงหน้าร้อนอูนิอาจจะเสียได้ง่ายครับ
พวกเราพอจะรู้สไตล์ร้านมาก่อนแล้วก็เลยกินกันอย่างเอร็ดอร่อย แต่ถ้าไม่นับไก่คาราเกะแล้ว อาหารทุกจานของที่นี่น่าจะเป็นแบบที่คนชอบก็ชอบเลย คนเกลียดก็เกลียดเลยครับ ถ้าใครชอบเทกเจอร์แปลกใหม่ ที่นี่คือรสชาติที่คุณจะหาทานที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว ในทางกลับกัน ถ้าคุณให้ความสำคัญกับรสชาติที่ลิ้นสัมผัสมากกว่าเทกเจอร์ คุณคงไม่เข้าใจว่าทำไมต้องจ่ายเงินเท่าราคาเนื้อย่างเพื่อมากินอะไรแบบนี้ด้วย ถ้าต้องพาลูกค้าหรือแขกผู้ใหญ่มาเลี้ยงรับรอง ร้านนี้อาจจะต้องระวังนิดนึงครับ (แอบแปลกใจเหมือนกัน เพราะมิชลินไกด์ทำมาเพื่อแนะนำร้านสำหรับเลี้ยงรับรองแท้ๆ)


ก่อนหน้านี้ผมเคยมากิน โทโรโระเซโรโซบะ (Tororo Seiro Soba - โซบะคลุกมันมือเสือขูด) กับ โซบะมากิทูน่า (Tuna Soba Maki) ครับ ถ้าใครไม่ค่อยชอบอูนิแต่อยากลองสัมผัสความเหนียวหนืด ผมขอแนะนำโทโรโระเซโรโซบะเลยครับ จะได้สัมผัสเทกเจอร์ที่มหัศจรรย์มาก ส่วนตัวผมอยากให้ทุกคนลองสั่งโซบะมากิทูน่าดูครับ อาจจะคิดว่าบ้าไปแล้วที่จ่ายราคาเท่าเนื้อย่างเพื่อกินคิมบับแค่ครึ่งแถว แต่เมนูนี้คือสิ่งที่ผมกินแล้วรู้สึกว่าอร่อยที่สุดในร้านนี้เลยครับ อารมณ์เหมือนกินคิมบับ แต่ไส้ข้างในไม่ใช่ข้าว กลับเป็นเส้นโซบะสุดยูนีคที่ทำให้เราคีบเข้าปากได้เรื่อยๆ ไม่หยุดเลย
ด้วยราคาที่แพงหูฉี่คงทำให้มาบ่อยๆ ไม่ได้ แต่ผมก็อยากแนะนำให้ลองมากินอูนิโซบะกับโซบะมากิทูน่าดูสักครั้งครับ แน่นอนว่าคุณอาจจะเสียเงินไปแล้วแต่รสชาติไม่ถูกปากก็เป็นได้นะครับ